ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรได้ออกบทวิเคราะห์โดยปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยลงอีกครั้งจาก-0.4% เป็น-2.4% หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รุนแรงและขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว การปรับลดคาดการณ์ GDP ครั้งนี้สะท้อนพัฒนาการที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและมาตรการควบคุมทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 ด้านที่ส่งผลต่อการปรับประมาณการ GDP ไทยครั้งนี้ ได้แก่ 1.เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยครึ่งแรกปีนี้ Bank of America คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะโตได้เพียง 0.3% โดย เศรษฐกิจสหรัฐฯจะหดตัว 0.8% ยุโรปหดตัวที่ 1.7% ส่วนจีนคาดว่าจะโตเพียง 1.5% ซึ่ง 3 ประเทศนี้ มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งยังเป็นคู่ค้าหลัก 3 อันดับแรกของไทย ซ้ำเติมภาคการผลิตและส่งออกของไทย 2.การงดเว้นกิจกรรมในประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อและเข้มข้นขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศ 3.ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักกว่าที่คาด จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งปีคาดว่าจะลดลงถึง 48% ในปีนี้ จากครั้งก่อนประเมินว่าจะลดลง 25% คาดว่าจะลากยาวอย่างน้อยไตรมาส 2 ก่อนฟื้นตัวช้าๆในครึ่งหลังของปี

ทั้งนี้ ความเสี่ยงระยะต่อไปของเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับประสิทธิผลของนโยบายด้านสาธารณสุขในการควบคุมการแพร่ระบาดในประเทศ และมาตรการด้านการเงินและการคลัง เพื่อบรรเทาผลกระทบ ต่อประชาชนและภาคธุรกิจ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.50% ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องดูแลสภาพคล่องตลาดการเงินต่อ โดยซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่ออัดฉีดสภาพคล่อง รวมถึงดูแลสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้เอกชน ขณะที่นโยบายการคลังจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจ.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ