ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหา หนุ่มในคลิปว่อนโซเชียล ป้ายน้ำลายทั่วลิฟต์บีทีเอส เผยอยู่ระหว่างประสานแพทย์ นำตัวไปเช็กประวัติและสอบสวนโรค ติดโควิด-19 หรือไม่

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง แชร์คลิปวงจรปิดชายคนหนึ่งได้เข้ามาในลิฟต์ ที่ระบุว่าเกิดขึ้นที่บีทีเอสสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ โดยชายคนดังกล่าวได้นำมือจุ่มน้ำลายป้ายตามตำแหน่งต่างๆ ในลิฟต์จนทั่ว รวมทั้งใช้มือล้วงเป้าและป้ายไปยังปุ่มกดต่างๆ ด้วย ขณะก่อเหตุยังมองกล้องวงจรปิดด้วย ทำให้คลิปดังกล่าวกลายเป็นคลิปเดือดในโลกออนไลน์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 มี.ค.63 พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้รับรายงานจาก สน.ปทุมวัน ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถพิสูจน์ทราบและควบคุมตัวชายที่ก่อเหตุดังกล่าว เพื่อมาสอบสวน ซักถาม ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แล้ว

สำหรับผู้ก่อเหตุนั้นคือ นายเอกชัย คันทะมาลา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 ม.5 ต.พนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด จากการสอบถามพูดคุยเจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่าน่าจะมีอาการทางจิตเล็กน้อย เบื้องต้นอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคระบาด กระทรวงสาธารณสุข และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบประวัติและสวบสวนโรคต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ในเบื้องต้น ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าว ชายผู้ต้องสงสัย แต่อย่างใด อยู่ระหว่างประสาน แพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำตัวผู้ต้องสงสัย ไปตรวจสอบประวัติและสอบสวนโรค ต่อไป

“โดยเมื่อชายผู้ต้องสงสัย ได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้ว จึงจะสามารถแจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องได้ ในชั้นนี้ยังอยู่ในความควบคุมตัวของ พงส.สน.ปทุมวัน”

รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจได้นำตัวชายคนดังกล่าวขึ้นรถกระบะสายตรวจของ สน.ปทุมวัน เพื่อนำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ การส่งตัวไปตรวจร่างกาย เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการป่วยทางจิตจริงหรือไม่ ทั้งนี้ หากไม่มีอาการป่วยหรือไม่ติดเชื้อ เตรียมจะแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 31 ห้ามมิให้ผู้ใด (1) บ้วนหรือถ่มน้ำลาย เสมหะ บ้วนน้ำหมาก สั่งน้ำมูก เทหรือทิ้งสิ่งใดๆ ลงบนถนน หรือบนพื้นรถ หรือพื้นเรือโดยสาร ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 489 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของแข็งตกลง ณ ที่ใดๆ โดยประการที่น่าจะเป็นอันตรายหรือเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคล หรือเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนหรือน่าจะเปรอะเปื้อน ตัวบุคคล หรือทรัพย์ หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ