แต่ไม่เปิดวิสามัญ ‘เทพไท’ ขย่มหนัก ไล่ ‘มัลลิกา’ ไขก๊อก

ส.ว.ลากตั้งตัดบท 6 อดีต ปธ.รัฐสภา “พีระศักดิ์” ไม่เอาด้วยเปิดวิสามัญถกแก้วิกฤติชาติ แต่หนุนปิดประเทศกันเชื้อโควิด-19 ลาม “เทพไท” ประกาศลั่นยึดมาตรฐาน ปชป. สอบโกงไม่เว้นแม้คนกันเอง ยันไม่มีปัญหากับ “ติ่ง มัลลิกา” แต่ขอให้ออกไปก่อนกันข้อครหา ปัดไม่ได้เลื่อยขาใคร แซะแรงไม่ใช้หน้าที่ ส.ส. “ตบทรัพย์” โฆษก ปชป.ขู่เอาคืน “อัจฉริยะ” ถ้าข้อร้องเรียนไม่มีมูล รับ “อลงกรณ์” ผิดคิวยังไร้ข้อสรุป

หลังกลุ่ม 6 อดีตประธานรัฐสภา เสนอนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผลักดันให้เปิดประชุมรัฐสภาวิสามัญหารือแนวทางแก้ปัญหาวิกฤติประเทศ ล่าสุดนายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. ออกมากล่าวตัดบทไม่เห็นด้วยกับการเปิดประชุมวิสามัญ แต่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้ปิดประเทศป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19

ส.ว.ตัดบทไม่เอาเปิดวิสามัญ

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. กล่าวถึงกรณีกลุ่ม 6 อดีตประธานรัฐสภาเสนอให้รัฐบาลเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ระดมความเห็นแก้ปัญหาประเทศ โดยเฉพาะวิกฤติปัญหาโควิด-19 และการชุมนุมของนักศึกษาเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องนี้อยู่ที่การตัดสินใจของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้คุยกับ ส.ว.คนอื่นว่าคิดเห็นอย่างไร ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะให้ประชุมช่วงนี้ เพราะการรวมตัวของคนหมู่มากในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่น่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์ ลองนึกภาพว่าถ้ามี ส.ส.เกือบ 500 คน ส.ว.อีก 200 กว่าคน รวมถึงเจ้าหน้าที่ข้าราชการ ผู้ติดตาม ส.ส.-ส.ว. และสื่อมวลชน มากระจุกตัวกันอยู่ในอาคารรัฐสภา จะกังวลต่อความสุ่มเสี่ยงหรือไม่ เวลานี้ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ควรใช้ช่องทางแสดงความเห็นผ่านกระบวนการของพรรคการเมือง เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะส่งไปยังรัฐบาลดีกว่า เชื่อว่านายกฯและรัฐบาล พร้อมรับฟังแนวทางที่เป็นประโยชน์อยู่แล้ว

แต่หนุนปิดประเทศกันเชื้อลาม

นายพีระศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่อดีตประธานรัฐสภาทั้ง 6 คน มีข้อเสนอเรื่องการปิดประเทศ เริ่มต้นกระบวนการจัดการโดยการนับ 1 ใหม่นั้น ตนเห็นด้วยในหลักการนี้ ที่ต้องเร่งสกัดกั้นการแพร่กระจายของไวรัสอย่างเร่งด่วน และการปิดประเทศยังเป็นแนวทางเดียวกับที่หลายๆประเทศดำเนินการอยู่ แม้ว่าขณะนี้ในต่างจังหวัดส่วนใหญ่ยังคงเอาอยู่ แต่กลุ่มผู้สูงอายุยังเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด อยากฝากถึงแรงงานคนหนุ่มสาวที่ทำงานอยู่ใน กทม. ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด ต้องมั่นใจในระดับหนึ่งว่าตนเองไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ถ้ายังไม่มั่นใจขอให้กักตัวตามระยะเวลาที่กำหนดก่อน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อต่อไปยังผู้สูงอายุ

“เทพไท” ลั่นยึดมาตรฐาน ปชป.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีทำหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงกรรมการบริหารพรรค ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนสมาชิกพรรคที่ถูกข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย และขอให้สมาชิกพรรคผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลาออก ว่า ยืนยันว่าการยื่นให้ตรวจสอบเรื่องนี้เป็นไปตามหลักการ และจุดยืนของพรรคที่ยึดปฏิบัติมา เมื่อถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต เช่น นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ก็ลาออกจากตำแหน่ง นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต รมว.สาธารณสุข ไม่เกิน 5 วันพิจารณาตัวเองลาออก หรือนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดได้ 2 วัน ก็ลาออกจากตำแหน่ง แต่กรณีของนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ถูกข้อกล่าวหามาเกิน 7 วันแล้ว ยังไม่มีความชัดเจนใดๆจากพรรค จึงทำหนังสือเร่งรัดให้มีการสอบสวน เพื่อไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกวิจารณ์ให้เกิดความเสียหาย

ออกไปก่อนป้องกันข้อครหา

นายเทพไทกล่าวว่า การลาออกจากตำแหน่งระหว่างการสอบข้อเท็จเป็นความสง่างาม หากสอบไม่พบความผิดสามารถกลับเข้ารับตำแหน่งเดิมได้อีก เพราะตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีแต่งตั้งโดย ครม. ต่างกับตำแหน่งรัฐมนตรีที่ต้องได้รับโปรดเกล้าฯ ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง ตนกับนางมัลลิกาไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว ไม่มีความอิจฉาริษยา หรือทำเพื่อหวังผลทางการเมืองทั้งสิ้น ข้อกล่าวหาว่าขับไสไล่ส่งเพื่อนร่วมพรรคไม่เป็นความจริง ต้องยึดหลักการพรรคมากกว่าตัวบุคคล เพราะคนมาแล้วไป แต่พรรคต้องอยู่ต่อ การทำเรื่องนี้ไม่มีการเมืองภายในพรรค ไม่ใช่ความขัดแย้งต้องการเปลี่ยนขั้วการเมืองในพรรค เพราะตนก็เลือกนายจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรค แต่กรณีหน้ากากอนามัยขาดแคลนทำให้ประชาชนเดือดร้อน จนมีการกล่าวหาว่ามีนักการเมืองหญิงเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงต้องการจะพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏว่ามีสมาชิกของพรรคเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ และตนลงชื่อคนเดียวเพราะไม่ต้องการให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มใด

ปัดไม่ต้องการเลื่อยขาใคร

นายเทพไทกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ขบวนการเลื่อยขาเก้าอี้รัฐมนตรีคนไหน เพราะข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีเท่านั้น และยังไม่มีวี่แววการปรับ ครม. เคยประกาศมาตลอดว่าจะไม่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ ที่กล่าวหาว่ารับงานของบางกลุ่มมา และเป็นพวกเดียวกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะตนกับนายอัจฉริยะไม่รู้จักกันเป็นส่วนตัว และนายอัจฉริยะยังโพสต์ดูถูกไม่ให้ราคาตนหลังเรียกร้องให้เปิดชื่อคนเกี่ยวข้อง ส่วนข้อกล่าวหาว่าตนมีคดีความตกเป็นจำเลยในศาล ทำไมไม่แสดงสปิริตลาออกจาก ส.ส.นั้น ขอชี้แจงว่ามีคดีติดตัวอยู่ 23 คดี ตั้งแต่จัดรายการสายล่อฟ้าเป็นคดีหมิ่นประมาท ส่วนคดีเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เป็น คดีอาญา ไม่ใช่คดีทุจริตต่อหน้าที่

แซะไม่ใช้หน้าที่ ส.ส. “ตบทรัพย์”

“แต่ถ้าผมไปใช้หน้าที่ ส.ส.ตบทรัพย์เรียกรับผลประโยชน์ หรือทุจริตต่อหน้าที่โดยมิชอบ ก็พร้อมแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกจากตำแหน่งทันที ผมขอทำหน้าที่พิทักษ์อุดมการณ์ของพรรค 10 ข้อ และเงื่อนไข 3 ข้อในการเข้าร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องการทุจริต ต้องบังคับใช้กับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ไม่ยกเว้นกับพรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณหัวหน้าพรรคที่ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ว่ามีสมาชิกพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตกักตุนหน้ากากอนามัยหรือไม่ โดยขอให้สอบคู่ขนานกับการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย” นายเทพไทกล่าว

โฆษก ปชป.ขู่เอาคืน “อัจฉริยะ”

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการกล่าวหาสมาชิกพรรคมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนและการส่งออกหน้ากากอนามัย นัดประชุมครั้งแรกวันที่ 23 มี.ค. จะให้ได้ข้อยุติโดยเร็วตามคำสั่งหัวหน้าพรรค ส่วนการตรวจสอบของ กมธ.ป.ป.ช. ที่เตรียมเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง ทางพรรคยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับฝ่ายนิติบัญญัติ และมีการเก็บข้อมูลข้อกล่าวหาของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมไว้ทั้งหมดแล้ว หากการกล่าวหาไม่เป็นความจริง นายอัจฉริยะต้องรับผิดชอบ

รับ “อลงกรณ์” ผิดคิวยังไร้ข้อสรุป

นายราเมศกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมายืนยันผลการตรวจสอบว่าที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากนั้น ยังไม่เป็นไปตามนั้นที่จะสรุปผลว่าผิดหรือไม่ผิด เพราะเพิ่งลงนามตั้งคณะกรรมการสอบฯ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ส่วนตัวมองว่าน่าจะเป็นความเห็นหรือการตรวจสอบส่วนตัวของนายอลงกรณ์เอง คณะกรรมการตรวจสอบของพรรคเพิ่งเริ่มทำงาน ส่วนกรณีกลุ่มไลน์ห้องสาขาพรรคมีความขัดแย้งกันบ่อยครั้งนั้น ยอมรับว่าพรรคมีความหลากหลาย จึงเป็นเรื่องปกติ แต่เชื่อว่าทุกคนรักพรรคประชาธิปัตย์

“พิชัย” กระตุ้น รบ.อัดซอฟต์โลน

ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า จากปัญหาวิกฤติขณะนี้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง โดยเฉพาะที่รัฐบาลมีคำสั่งให้ปิดสถานบริการต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ไม่มีแผนรองรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ภาวะวิกฤตินี้รัฐบาลควรคิดให้ครอบคลุมทุกด้าน ให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด ขอแนะนำ 4 เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทำเพื่อช่วยเหลือประชาชน คือ 1.ให้รัฐบาลและกระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0% พร้อมเตรียมวงเงินซอฟต์โลนอัตราดอกเบี้ย 0% จำนวน 500,000 ล้านบาท ช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ ให้ประคองตัวผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปให้ได้ เพราะที่สุดแล้วไทยคงต้องประกาศปิดประเทศ แต่ก่อนจะปิดรัฐบาลควรเตรียมการในเรื่องต่างๆ เช่น พัฒนาการเชื่อมต่อออนไลน์รองรับการปิดประเทศ สั่งห้ามการส่งออกหน้ากากอนามัยทั้งหมดไม่มีข้อยกเว้น และเร่งการใช้อุปกรณ์ตรวจสอบการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบตัวเองได้ ที่ต่างประเทศคิดค้น ผลิต และมีจำหน่ายแล้ว หรือที่กลุ่ม ปตท.คิดค้นได้แล้วและมีราคาไม่แพง เพื่อลดความกังวลของประชาชน วิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ พิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลที่ “ทำมากไปและทำเร็วไป” (Too much too soon) จะดีกว่ารัฐบาลที่ “ทำช้าไปและทำน้อยไป” (Too little too late) มาก เพราะช่วยเหลือชีวิตของประชาชนได้มากกว่า

21 มี.ค. “ลุงตู่” ทำบุญครบ 66 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในวันที่ 21 มี.ค. ที่อายุครบ 66 ปีนั้น นายกฯจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว โดยช่วงเช้ามีการทำบุญตักบาตรที่บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) และทานอาหารภายในครอบครัว โดยงดรับกระเช้าและของขวัญอวยพรเหมือนเช่นทุกปี

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ