เซลส์แมนถูกลบเหลี่ยมขายรถตัดหน้า มีเรื่องชกต่อย ผจก.ในห้องประชุม สู้ไม่ได้ชักปืนยิง 4 นัดก่อนชกซ้ำสาหัสก่อนตายที่ รพ.ลูกหลงเจ็บอีก 2 ต่อมา ตร.นครปฐมตามสกัดจับได้ คุมตัวดำเนินคดีข้อหาหนัก

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.63 พ.ต.ท.ปาณย์สิริ ศรีสวัสดิ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่ศูนย์จำหน่ายรถยนต์อีซูซุ ตั้งเซียฮวด สาขาสระกะเทียม จ.สระกะเทียม อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พร้อมชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบพนักงานขายยืนจับกลุ่มคุยกันรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้านหน้าของอาคารโชว์รูม เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงได้พาเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจดูภายในห้องประชุมซึ่งอยู่ภายในอาคารโชว์รูม ภายในห้องประชุมพบแต่รอยเลือดกระเซ็นติดตามผนังห้องและเลือดกองอยู่ที่พื้น ภายในห้องยังเก็บปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ที่พื้น 6 ปลอก จึงให้เจ้าหน้าที่นำเชือกมากั้นไม่ให้ผู้คนเข้า และให้แจ้งกองพิสูจน์ 7 มาทำการเก็บหลักฐาน



จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า มีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ 3 คน พนักงานช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม ประกอบด้วยนายหฤษฏ์ คิดดี อายุ 44 ปี ชาวบ้าน ต. หนองอ้อ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พนักงานอีซูซุ ตำแหน่งที่ปรึกษาการขาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกอาวุธปืนยิงเข้าลำตัวจำนวน 4 นัด ที่ท้อง 2 นัด ที่ใต้ไหปลาร้าขวา 1 นัด ที่ลำคอ 1 นัด อาการสาหัส

ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 คน คือนายสมชาย พงษ์ประพันธ์ อายุ 57 ปี พนักงานอีซูซุ ตำแหน่งที่ปรึกษาการขาย ได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืนที่ยิงแฉลบเข้าที่ขาขวา 1 นัด และนายธานินทร์ พิมพ์ศรีกล่ำ อายุ 43 ปี พนักงานอีซูซุ ตำแหน่งที่ปรึกษาการขาย ชาวบ้าน ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม ได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืนที่คนร้ายยิงแฉลบเข้าที่ก้นกบ แพทย์ทำบาดแผลให้ ส่วนนายหฤษฏ์ ซึ่งถูกกระสุนปืนยิงเข้า 4 นัด รับแจ้งจากทาง รพ.ว่า อาการสาหัสมากและได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา


จากการสอบถาม 2 ผู้บาดเจ็บที่ให้การกับตำรวจว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายสุพัตร์ สุขพันธ์ อายุ 43 ปี พนักงานอีซูซุ ตำแหน่งที่ปรึกษาการขาย ชาวบ้าน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นผู้ก่อเหตุยิง ขณะที่ผู้ตายได้เรียกประชุมพนักงานขายในห้องประชุม โดย ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เรียกประชุมพนักงานขายรถมาประชุมที่ห้องประชุม ระหว่างที่นั่งอยู่ในห้องประชุม นายสุพัตร์ มือปืน ได้เข้ามาทีหลังโดยขับรถเก๋งสีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาจอดด้านหน้าที่จอดรถ เมื่อเดินเข้าไปถึงก็ถูกผู้ตายต่อว่าหาว่าช้า โดยที่ไม่ทราบว่านายสุพัตร์นั้น พกอาวุธปืนมาด้วย เมื่อนายสุพัตน์ถูกต่อว่า จึงเกิดการทะเลาะกัน เพราะนายสุพัตร์ ไม่พอใจอยู่ก่อนหน้าแล้วหลายครั้งเรื่องแย่งลูกค้าขายตัดหน้ากันและเมื่อก่อนหน้า 3 วันก็มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แย่งลูกค้าเพื่อเอาเปอร์เซ็นต์การขายและก็ทะเลาะชกต่อยกันมาแล้ว แต่เพื่อนช่วยห้ามจึงเลิกรากันไป


เมื่อนายสุพัตร์ถูกต่อว่าอีก ทำให้โกรธท้าทายกันแล้วจะชกกันท่ามกลางผู้ที่เข้าร่วมประชุมเกือบ 10 คน โดยที่มีคนห้ามก็ไม่ฟัง แต่นายสุพัตร์ ตัวเล็กกว่าสู้ไม่ได้จึงชักปืนที่เหน็บมาด้วยยิงใส่จนผู้ตายล้มลง จากนั้นก็ชกซ้ำหลายหมัด จนปืนหล่นลงพื้น เพื่อนๆ ที่เข้าประชุมด้วยจึงมาช่วยจับแยก และเห็นผู้ตายบาดเจ็บจึงรีบนำตัวส่ง รพ.ระหว่างที่จะนำตัวจะส่ง รพ.นายสุพัตร์มือปืนยังเดินกลับเข้ามาอีกเพื่อมาเอาปืนที่ทำหล่นไว้ เมื่อได้ปืนก็รีบวิ่งขับรถเก๋งคันที่จอดอยู่ด้านหน้าโชว์รูมหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตร.จึงบันทึกปากคำไว้ พร้อมกับแจ้งวิทยุให้พื้นที่ใกล้เคียงสกัดจับกุมตัว

ต่อมาได้รับแจ้งจากท้องที่ สภ.อ.บ้านโป่ง และ สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ว่าได้จับกุมตัวนายสุพัตร์ มือปืน ได้ที่หน้าวัดคงคาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ขณะขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ป้ายแดง ทะเบียน ก-5755 ราชบุรี พร้อมด้วยของกลางอาวุธที่อยู่ภายในรถจำนวนมาก และอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุ โดยนายสุพัตร์ ให้การรับสารภาพว่าหลังก่อเหตุแล้วได้นำรถยนต์เก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ ไปจอดทิ้งไว้ที่บ้านก่อนเปลี่ยนรถเป็นรถกระบะป้ายแดง พร้อมกับนำอาวุธปืนที่เก็บสะสมหลายกระบอกนำขึ้นรถมาด้วย เพราะกลัวว่าตำรวจจะเข้าค้นที่บ้าน


สำหรับอาวุธปืนที่ยึดได้ภายในรถ 1.อาวุธปืนยาวขนาด .22 ยี่ห้อ ซีแซด 1 กระบอก 2.อาวุธปืนยาว .357 แม็กนั่ม ยี่ห้อ RUGER 1 กระบอก 3.อาวุธปืนยาวอัดลมเบอร์ 2 ยี่ห้อ IGT MACH 1 กระบอก 4.อาวุธปืนพกสั้นกึ่งออโตเมติก ยี่ห้อ SIG SAUER P938 ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก 5.อาวุธปืนพกสั้นกึ่งออโตเมติก ยี่ห้อ SIG SAUER P229 ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก 6.อาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อ วอลเธอร์ PPK 1 กระบอก 7.อาวุธปืนพกสั้นรีวอลเวอร์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก 8.อาวุธปืนบีบีกัน 1 กระบอก 9.กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 98 นัด 10.กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด 11.กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 238 นัด 12.กระสุนปืนขนาด 380 จำนวน 18 นัด 13. กระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 1 นัด 14.กระสุนอัดลมเบอร์ 2 จำนวน 1 กล่อง

จากนั้น ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งมาดำเนินคดีในท้องที่ สภ.นครปฐม ในเบื้องต้น ตั้งข้อหาฆ่าคนตาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพา รายละเอียดคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ