สืบ 6 – พลับพลาไชย 2 เจ๋ง ตามรวบจอมโจรวิ่งราวทรัพย์ กระชากกระเป๋าเหยื่อ ก่อเหตุมาแล้วนับไม่ถ้วนทั้งในพื้นที่ทั้ง กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และอยุธยา โดยจะใช้ จยย.ที่โจรกรรมมาก่อคดีข้ามกันหลายจังหวัด

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.จารุภัชร ทองโกมล ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 และพ.ต.อ.ศาสตรา อ่อนรัศมี ผกก.สส.บก.น.6 พ.ต.ท.ธนกฤต วุฒิมโนจินดา รอง ผกก.สส.สน.พลับพลาไชย 2 ได้แถลงติดตามจับกุม นายโจ ขันธ์โสภา คนร้ายที่ได้ก่อเหตุกระชากกระเป๋าผู้เสียหาย และได้หลบหนีไป ได้ทรัพย์สินไปมูลค่ากว่า 6 หมื่นบาท ที่บริเวณหน้า รพ.สมิติเวช ถ.เยาวราช กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 เม.ย.นั้น



เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.6 และ สน.พลับพลาไชย 2 ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามคนร้ายที่ได้ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฟีโน่ สีดำขาวเขียว ทะเบียน ขจค 974 พระนครศรีอยุธยา ก่อเหตุกระชากกระเป๋าผู้เสียหาย ที่หน้า รพ.สมิติเวช ถ.เยาวราช แล้วหลบหนีไปนั้นอย่างกระชั้นชิด โดยคนร้ายพยายามที่จะหลบหนีไปในเส้นทางต่างๆ เพื่อมิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามได้โดยง่าย จึงต้องแกะรอยเส้นทางของคนร้ายรายนี้จากกรุงเทพมหานคร ผ่าน จ.นนทบุรี ปทุมธานี จนกระทั่งเข้าไปในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นระยะทาง 100 กว่ากิโลเมตร จึงได้สืบสวนหาตัว ที่หลบซ่อน พร้อมได้ประสาน พ.ต.ท.ธนกฤต กนิษฐกุล รอง ผกก.สส.สภ.พระนครศรีอยุธยา จนทราบว่าในพื้นที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา และใกล้เคียง มีเหตุเกิดคนร้ายกระชากกระเป๋าประชาชนอีกหลายคดีที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน จึงร่วมกันสืบสวน จนทราบว่าคนร้ายกบดานอยู่ในบริเวณ ต.คลองสระบัว อ.พระนครศรีอยุธยา

จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาเคยกระทำความผิดมาก่อน กระทั่งเมื่อวันที่ 10 พ.ค.63 จึงได้จับกุมตัว ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ. 2425/2560 ลงวันที่ 3 พ.ย.60 ข้อหา วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ จากนั้นได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของคนร้าย ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฟีโน่ สีดำเขียวขาว ทะเบียน ขจค 974 พระนครศรีอยุธยา ที่ใช้ในการก่อเหตุนั้น เป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาในเขตพื้นที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเดือนธันวาคม 2562 ด้วย

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวตระเวนก่อเหตุกระชากกระเป๋าประชาชนหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเหยื่อที่จะไม่ได้ระมัดระวังตัวในการถือกระเป๋าระหว่างเดินตามทางเดินบาทวิถี สำหรับทรัพย์สินที่ได้มานั้นจะนำไปใช้จ่ายส่วนตัว และจากการตรวจสอบพบว่า มีกรณีที่คนร้ายก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายคดี ทั้งในเขตพื้นที่ กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี ปทุมธานี และ พระนครศรีอยุธยา.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ