‘พนม’ เจอคุกอ่วม

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาคดีเงินทอนวัด 4 คดีรวด สรุป “ธงชัย สุขโข” อดีตเจ้าอาวาสวัด สระเกศราชวรมหาวิหาร พร้อมอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีก 5 คน ให้รอการลงโทษ ด้วยเหตุผลต่างกันไปทั้งสมควรให้โอกาสดำรงตนเป็นบุคลากรที่มีประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ หรือเคยเป็นพระภิกษุประพฤติตนอยู่ในพระธรรมวินัย ไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ส่วน “พนม ศรศิลป์” อดีต ผอ.พศ.ถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 คดี รวม 17 ปี 4 เดือน ให้คืนเงิน พศ.ร่วมกับจำเลยอื่นกว่า 23 ล้านบาท

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาคดีเงินทอนวัด 4 คดีรวด โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อท.197/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธงชัย สุขโข อดีตพระพรหม–สิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นจำเลยที่ 1 นายบุญทวี คำมา อดีตพระศรีคุณาภรณ์ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นจำเลยที่ 2 นายสมจิตร จันทร์ศรี อดีตพระครูสิริวิหารการ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นจำเลยที่ 3 นายเทอด วงศ์ชอุ่ม อดีตพระวิจิตรธรรมาภรณ์ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นจำเลยที่ 4 น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้านรับโอนเงิน 25 ล้านบาท เป็นจำเลยที่ 5 นายธีระพงศ์ พันธุ์ศรี เป็นจำเลยที่ 6 นายทวิช สังข์อยู่ ผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทดีดีทวีคูณ รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศฯ เป็นจำเลยที่ 7 และ น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา เป็นจำเลยที่ 8 ฐานร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงินและทุจริตเงินทอนวัดในโครงการศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนาปี 59 รวม 32.5 ล้านบาทและเงินอุดหนุนโครงการอบรมคุณธรรม จริยธรรม สำหรับเด็กและเยาวชน ประชาชนและข้าราชการเพื่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปี 59 รวม 37.2 ล้านบาท

ศาลพิพากษาจำเลยที่ 1-4 และที่ 7 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ม.5 (2) ม.60 ประกอบ ป. อาญา ม.83 จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษสองเท่าของความผิด จำเลยที่ 1-4 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด รวมจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 4 ปี 16 เดือน ปรับ 112,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2-4 คนละ 2 ปี 8 เดือน ปรับคนละ 56,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 7 เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน ปรับ 28,000 บาท การลงโทษจำเลยที่ 1-4 และที่ 7 ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคม รวมทั้งไม่เคยมีประวัติต้องโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1-4 และ 7 ดำรงตนเป็นบุคลากรที่มีประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี และยกฟ้องจำเลยที่ 5, 6 และ 8

คดีที่สอง ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อท.205/2561 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องพระเมธีสุทธิกร หรือพระราชอุปเสณาภรณ์ หรือนายสังคม สังฆะพัฒน์ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นจำเลยที่ 1 พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือนายเทอด วงศ์ชะอุ่ม อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นจำเลยที่ 2 และนายทวิช สังข์อยู่ ผู้เกี่ยวข้องบริษัทดีดีทวีคูณ ผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศฯ เป็นจำเลยที่ 3

หลังจำเลยทั้งสามร่วมกันเบิกถอนเงินงบ ประมาณสนับสนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาจากบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาวรจักร 7 แสนบาท นำไปใช้จ่ายส่วนตน โดยทราบดีว่าเป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน ใช้สนับสนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา โดยกระทำผิดอีกหลายครั้ง ศาลพิพากษาจำเลยที่ 1-2 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ม.5 (3) ม.60 ประกอบ ป. อาญา ม.83 จำเลยที่ 1-2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิด ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ ม. 90 วรรคหนึ่ง แต่ทางนำสืบของจำเลยที่ 1-2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 6 ปี 24 เดือน ปรับคนละ 168,000 บาท จำเลยที่ 1-2 เป็นพระภิกษุประพฤติตนอยู่ในพระธรรมวินัย ไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี และยกฟ้องจำเลยที่ 3

คดีที่สาม ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อท.32/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.พศจ.ลำปาง นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา นายแก้ว ชิดตะขบ อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นจำเลยที่ 1-5 กรณีจำเลยร่วมกันเบียดบังเงินงบประมาณของ พศ.ไปเป็นประโยชน์ของตน

ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1-4 คนละ 13 ปี 4 เดือน และร่วมกันใช้เงิน 21,007,235 บาท แก่ พศ. ส่วนจำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่จัดการทรัพย์ได้เบียดบังทรัพย์นั้นไปโดยมิชอบฯ ให้จำคุก 4 ปี และให้จำเลยที่ 5 ร่วมกับจำเลยที่ 1-4 ชดใช้เงิน 2,007,235 บาทคืนให้แก่ พศ.คดีสุดท้าย ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อท.43/2562 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ. นายณรงค์ เดชชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา และนายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ศาลพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 4 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ คงจำคุกจำเลยที่ 1, 2 เเละ 4 คนละ 4 ปี จำเลยที่ 3 รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี ให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันใช้เงิน 2 ล้านบาทแก่ พศ.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ