นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตนเป็น 1 ในคณะผู้จัดทำแผนฟื้นฟูการบินไทยและได้มีการประชุมครั้งแรก ซึ่งในที่ประชุมได้หารือกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าในขณะนี้ เช่น การงดส่งน้ำ และน้ำมันให้บริษัทการบินไทย ต้องหารือกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป รวมถึงการขอเงินคืนค่าตั๋วเครื่องบินที่ซื้อและออกตั๋วแล้วแต่ไม่ได้ใช้ตั๋วเดินทาง (รีฟันด์ตั๋วเครื่องบิน) ให้กับประชาชนด้วย แม้เรื่องเหล่านี้จะไม่อยู่ในวาระ แต่ก็ต้องหาทางแก้ปัญหา

ส่วนกรณีที่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยส่วนตัวเห็นว่า นายไพรินทร์ไม่ผิดกฎหมายถ้าจะเข้ามาเป็นบอร์ดการบินไทย แต่บังเอิญมีคนแย้งมา นายไพรินทร์จึงไม่อยากมีปัญหา เพราะห่วงว่าจะเสียเวลาการทำงานของบอร์ด จึงขอถอนตัวดีกว่า ส่วนจะต้องแต่งตั้งคนใหม่มาแทนหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้ตนไม่ทราบ อย่างไรตามขั้นตอนหลังจากศาลล้มละลายกลางรับคำร้องแผนฟื้นฟูการบินไทย และให้คณะผู้จัดทำแผนฟื้นฟูทำงาน บอร์ดก็จะสิ้นสภาพและหมดอำนาจ โดยอำนาจการบริหารทั้งหมดจะมาอยู่ที่ผู้ทำแผนฟื้นฟู ซึ่งจะทำหน้าที่เร่งฟื้นฟูบริษัทการบินไทยต่อไป

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ต้องลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารการบินไทยนั้น ในเรื่องนี้ความจริงก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่มีความเสี่ยงเกิดขึ้น ซึ่งความเสี่ยงนั้นก็ตกอยู่กับเจ้าตัวเอง คนอื่นไม่เสี่ยง คนตั้งไม่เสี่ยง และคนอื่นๆไม่มีปัญหา ซึ่งข้อสำคัญคือมันจะเป็นเรื่องของธรรมาภิบาลมากกว่า และตามกฎหมายอาจจะไม่เข้าก็ได้ และไม่ห้ามก็ได้ แต่เพื่อความเป็นธรรมาภิบาล และเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าทำกันเฉพาะในประเทศไทย แต่มันจะไปถึงกันทั่วโลก ฉะนั้นเจ้าหนี้ต่างประเทศให้เขามีความไว้วางใจจะดีกว่า จึงถอนรายชื่อออก

ส่วนกรณีที่ว่าต่อไปการบินไทยจะมีทิศทางไปทางไหนอย่างไรนั้น เพราะทั้งน้ำและน้ำมันก็จะไม่มีการส่งให้การบินไทยแล้ว นายวิษณุกล่าวว่า ไม่รู้ ถามตนไม่ได้ เพราะไม่ทราบ ตนก็เจ้าหนี้การบินไทยเหมือนกันมีตั๋วต้องรีฟันด์ คือ การขอเงินคืนค่าตั๋วเครื่องบินที่ซื้อและออกตั๋วแล้วแต่ไม่ได้ใช้ตั๋วเดินทาง.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ