ธปท.ชี้เริ่มเข้าสู่ไตรมาส 2 เศรษฐกิจดิ่งเหวจากพิษโควิด-19 เริ่มต้นปิดเมือง ตัวเลขเดือน เม.ย.การท่องเที่ยวติดลบ 100% ส่งออกเริ่มติดลบ การบริโภคอ่อนแอสุดตั้งแต่เริ่มทำดัชนี ติดลบ 15.1% การผลิตติดลบ 17.2% ห่วงที่สุดคือ การว่างงานที่พุ่งแบบก้าวกระโดด จับตา 2 เดือน พ.ค.-มิ.ย.ที่เศรษฐกิจจะปักหัวต่อเนื่อง หวังมาตรการรัฐช่วยพยุง

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจในเดือน เม.ย.หดตัวมากขึ้นโดยได้รับผลกระทบชัดเจนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีการล็อกดาวน์เมือง และปิดกิจการธุรกิจชั่วคราว โดยภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมากที่สุด จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัว 100% จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยเป็นผลจากการห้ามเดินทางเข้าประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเดือนนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่หายไปส่งผลกระทบมากต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร และธุรกิจขนส่งผู้โดยสารและคาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในเดือน พ.ค.และเดือน มิ.ย.ซึ่งยังไม่มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

การส่งออกสินค้าในเดือน เม.ย.หดตัว 3.3% จากระยะเดียวกันปีก่อน หากไม่รวมการส่งออกทองคำ ที่มีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนนี้ มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงที่ 15.9% โดยเป็นการหดตัวสูงในหมวดยานยนต์และชิ้นส่วน และสินค้ากลุ่มที่มูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรอุปกรณ์ จากความต้องการของประเทศคู่ค้าที่ลดต่ำลงมาก เพราะทุกประเทศอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลงมาก โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนหดตัวสูงจากระยะเดียวกันปีก่อนตามการใช้จ่ายในทุกองค์ประกอบ โดยดัชนีติดลบ 15.1 เป็นการติดลบสูงสุดตั้งแต่เคยทำดัชนีนี้มา จากกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่อ่อนแอลง

“ตัวเลขการว่างงานเป็นตัวเลขที่ ธปท.ค่อนข้างเป็นห่วง โดยเฉพาะระยะข้างหน้า โดยดูจากตัวเลขผู้ขอรับสิทธิว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม พบว่า โดยเดือน เม.ย.เทียบเดือน มี.ค.กระโดดขึ้นสูงมากจาก 1.4% ขึ้นไป 1.8% ขณะที่การถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นจาก 0.25% เป็น 0.4% นอกจากนั้น หากพิจารณาบริษัทที่ปิดกิจการชั่วคราวในเดือน เม.ย.พบว่าเพิ่มขึ้น 5 เท่าจากเดือน มี.ค.โดยมีจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดกิจการชั่วคราว (มาตรา 75) ในเดือน เม.ย. 2,406 ราย จำนวนลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง 465,218 คน และในเดือน พ.ค.ซึ่งตัวเลขที่ได้ยังไม่ครบเดือน มีจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอีก 1,447 ราย จำนวนลูกจ้าง 335,692 คน ซึ่งคงต้องดูว่ามาตรการที่ภาครัฐเยียวยาจะช่วยได้มากหรือน้อยแค่ไหน”

ทั้งนี้ นอกเหนือจากภาคการเกษตรแล้ว แรงงานในภาคเกษตรก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยนายดอนระบุว่า รายได้เกษตรในเดือน เม.ย.หดตัวสูงถึง 10.1% โดยมาจากผลผลิตที่ลดลงจากภาวะภัยแล้ง การลงทุนภาคเอกชนติดลบ 6.1% ดีขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากปัจจัยพิเศษ จากการลงทุนในหมวดก่อสร้างปรับตัวดีขึ้น เพราะปีนี้ไม่มีการปิดวันหยุดสงกรานต์ ทำให้ก่อสร้างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนในช่วงต่อไปมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เห็นได้จากความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงต่ำเป็นประวัติการณ์

ภาคการผลิตเป็นอีกภาคที่ลดลงต่ำมากหดตัว 17.2% ผลจากการผลิตรถยนต์ที่ลดลงมาก เพราะมีการปิดโรงงาน การนำเข้าหดตัวสูง 17% สอดคล้องกับการลดลงของภาคการผลิต และการส่งออก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อติดลบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายของรัฐบาลเข้ามาพยุงเศรษฐกิจในเดือน เม.ย.ทั้งการใช้จ่ายประจำผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 และเงินช่วยเหลือในส่วนของ “เราไม่ทิ้งกัน” ที่ลงไปในส่วนของการใช้จ่ายของประชาชนโดยตรง

“สำหรับแนวโน้มในเดือน พ.ค.การหดตัวของเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับเดือน เม.ย. โดยการท่องเที่ยวยังเป็นศูนย์ ส่งออกติดลบ แต่ในประเทศจะดีขึ้นจากการคลายล็อกดาวน์จะช่วยให้มีผลบ้างแต่ไม่ชัดเจน และเงินช่วยเหลือในส่วนของ “เราไม่ทิ้งกัน” จะลงไปในเศรษฐกิจได้มากขึ้น ขณะที่ปัจจัยลบที่จะเกิดขึ้นจะยังมีผลต่อเนื่องไปถึงเดือน มิ.ย.แม้จะเริ่มมีการผ่อนคลายเฟส 3 มากขึ้น โดย ธปท.มองว่าไตรมาสที่ 2 จะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจลงต่ำที่สุด”

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยว่า ช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด การใช้งานบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมและมีปริมาณการใช้เพิ่มสูงขึ้น พบวันสิ้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา วันเดียวคนไทยโอนเงินรัวๆ 16 ล้านรายการ.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ