สัญญาณตลาดแรงงานเดือน พ.ค.เริ่มฟื้น คนสมัครงานเพิ่มขึ้น 20% เพราะเริ่มมั่นใจ พบในวิกฤติ ยังมีหลายธุรกิจรับพนักงาน หวังได้คนเก่งเข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ผ่านวิบากกรรม ธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานเติบโตชัดเจน ได้แก่ โลจิสติกส์โต 23% เพราะคนนิยมสั่งอาหารดีลิเวอรี, ประกันเพราะคนกลัวโควิดหันมาสนใจสุขภาพ รวมทั้งธุรกิจค้าปลีกที่โตรับออนไลน์

นางสาวพรลัดดา เดชรัตน์วิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงธุรกิจทั้งฝั่งองค์กร ผู้ประกอบการ ตลอดจนฝั่งคนหางาน โดยข้อมูลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุในเดือน มี.ค.2563 มีจำนวนคนว่างงานกว่า 392,000 คน ขณะที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันหรือกกร.ประเมินว่าจะมีพนักงาน 7 ล้านคนที่ต้องออกจากงานภายในเดือน มิ.ย. เนื่องจากการปิดตัวลงของภาคธุรกิจและส่งผลกระทบต่อคนทำงานที่มีรายได้น้อยกว่า 20,000 บาทต่อเดือนนั้น ปรากฏว่าท่ามกลางวิกฤติยังพบว่ามีธุรกิจหลายประเภทที่มีความต้องการแรงงานที่มีความสามารถ เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ไปได้

โดยภาพรวมความต้องการคนทำงานทั่วประเทศไทยช่วงเดือน มี.ค.- พ.ค.2563 พบ 5 ธุรกิจที่ยังมีความต้องการคนทำงาน ได้แก่ 1.ธุรกิจไอที (Information Technology) 2.ธุรกิจการผลิต (Manufacturing) 3.ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจขายปลีก (Wholesale/Retail) 4.ธุรกิจบริการด้านการเงิน (Financial Services) 5.ธุรกิจซื้อมาขายไป และธุรกิจจัดจำหน่าย (Trading and Distribution)

ส่วน 5 สายอาชีพที่ยังคงมีความต้องการคนทำงาน ได้แก่ 1. งานขาย งานบริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ (Sales, CS & Business Devpt) 2.งานไอที (Information Technology) 3.งานวิศวกรรม (Engineering) 4.งานการตลาด งานประชาสัมพันธ์ (Marketing/Public Relations) 5.งานธุรการ งานทรัพยากรบุคคล (Admin & HR)

นอกจากนั้น ข้อมูล ณ สิ้นเดือน พ.ค. ยังบ่งชี้ด้วยว่า ตัวเลขความต้องการแรงงานเริ่มฟื้นตัวกลับมา แบ่งตามกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจโลจิสติกส์ (Logistic) เพิ่มขึ้น 23% 2. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) เพิ่มขึ้น 13% 3.ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจการตลาด ธุรกิจประชาสัมพันธ์ (Advertising/Public Relations/Marketing Services) เพิ่มขึ้น 6% 4. ธุรกิจประกัน (Insurance/ Pension Funding) เพิ่มขึ้น 5% และ 5.ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจขายปลีก (Wholesale/Retail) เพิ่มขึ้น 2%

ทั้งนี้ การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ มีการเติบโตจากการขนส่งสินค้าออนไลน์ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการสั่งอาหารดีลิเวอรีเพิ่มมากขึ้น ส่วนธุรกิจประกันเติบโตเนื่องจากผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการประกันสุขภาพมากในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงธุรกิจขายส่ง ธุรกิจขายปลีก ที่มีแนวโน้มเติบโตอันเป็นไปตามเทคโนโลยีดิจิทัล

ในขณะที่ 5 กลุ่มธุรกิจที่มีจำนวนประกาศงานลดลง เนื่องจากผลกระทบของโควิด ได้แก่ธุรกิจท่องเที่ยว (Tourism/Travel Agency) ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจบริการ ธุรกิจจัดเลี้ยง (Hospitality/ Catering) ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจสถาปัตยกรรม(Architecture/Building/Construction) ธุรกิจยานยนต์ (Motor Vehicles) ธุรกิจวิศวกรรมก่อสร้าง-ธุรกิจวิศวกรรมโยธา-ควบคุมอาคาร (Engineering-Building, Civil, Construction/Quantity Survey)

ส่วนในฝั่งคนหางานนั้น พบว่าในเดือน พ.ค. มีผู้สมัครงานเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. ทั้งจากคนทำงานที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้สมัครบางส่วนเริ่มเชื่อมั่นในสถานการณ์และมองหาโอกาสในการทำงานเพิ่มขึ้น โดยพบยอดใบสมัครเติบโตสูงใน 1.ธุรกิจ Trading ธุรกิจจัดจำหน่าย (Trading and Distribution) เพิ่มขึ้น 32% 2.ธุรกิจสารเคมี พลาสติก กระดาษ ปิโตรเคมี (Chemical / Plastic / Paper / Petrochemical) เพิ่มขึ้นสูงถึง 13% 3.ธุรกิจไอที (Information Technology) เพิ่มขึ้น 10% และ 4.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจจัดเลี้ยง (Food and Beverage/ Catering) เพิ่มขึ้น 2%

ขณะที่ 5 กลุ่มสายงานเป็นที่ต้องการของผู้สมัครงานสูงคือ 1.อีคอมเมิร์ซ (E-commerc) เพิ่มขึ้น 75% 2.งานขาย งานบริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ (Sales, CS & Business Development) เพิ่มขึ้น 3% 3.งานบัญชี (Accounting) เพิ่มขึ้น 3% 4.งานไอที (IT) เพิ่มขึ้น 3%5.งานการตลาด งานประชาสัมพันธ์ (Marketing / Public Relations) เพิ่มขึ้น 2% ตามลำดับ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยคนหางาน จ๊อบส์ ดีบี ได้เปิดตัวโครงการ #Together Ahead ช่วยเหลือผู้หางานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยผู้ประกอบการสามารถลงประกาศงานฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2563.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ