อีโต้ล่อฟ้าผ่ากลางกระท่อมสังกะสีใต้ต้นยูคาลิปตัส กลางนาที่กาฬสินธุ์ คนถือมีดเจ็บสาหัส ขณะที่อีก 4 คนรอด คาดสื่อล่อฟ้าคือ มีดอีโต้

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 63 ด.ต.โสภัณฑ์ ภูพานทอง นายกเทศมนตรีตำบลหัวนาคำ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่า มีชาวบ้านถูกฟ้าผ่า ทราบชื่อคือ นายสำรวย หวานเอี่ยม อายุ 57 ปี ซึ่งจุดที่เกิดเหตุอยู่ภายในกระท่อมนาใต้ต้นยูคาลิปตัส อยู่กลางทุ่งกว้าง เขตรอยต่อ ต.หัวนาคำ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กับ ต.สีสุก อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

นายเวียงสันต์ หวานเอี่ยม อายุ 31 ปี ลูกชายของผู้ได้รับบาดเจ็บ และอยู่ในเหตุการณ์ กล่าวด้วยอาการตกใจและเสียขวัญว่า ตนเป็นบุตรชายของนายสำรวย ขณะนี้อาการของพ่อยังอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดของหมอ เนื่องจากถูกฟ้าผ่าลงมาใส่ตัวอย่างจัง จนแผ่นหลังมีรอยไหม้ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และหมดสติในที่เกิดเหตุ

โดยก่อนที่จะเกิดเหตุ ตนและนายสำรวย รวมทั้งญาติรวม 5 คน ได้มาช่วยกันไถนา และหว่านเมล็ดข้าวเปลือกตั้งแต่ช่วงเช้า กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. ได้มีฝนตกฟ้าร้อง ฟ้าคะนองอย่างหนัก ทุกคนกลัวอันตราย จึงได้พากันวิ่งเข้าไปหลบฝนในกระท่อมนาหลังเล็กๆ มุงด้วยสังกะสี ที่ปลูกไว้สำหรับพักผ่อนใต้ต้นยูคาลิปตัส ซึ่งทุกคนก็ได้ปิดโทรศัพท์มือถือด้วย เนื่องจากกลัวอันตรายจากฟ้าผ่า

จากนั้นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น ในขณะที่ทุกคนนั่งหลบฝนอยู่ดีๆ พ่อเห็นว่า หลังคาสังกะสีถูกลมพัดแรง และขยับออกจากกัน ซึ่งมีน้ำฝนหยดลงมา จึงได้ถือมีดอีโต้ลุกขึ้นยืน แล้วใช้มีดอีโต้เคาะแผ่นสังกะสีให้ชิดกัน

นายเวียงสันต์ กล่าวอีกว่า จากนั้นก็เห็นแสงไฟแลบ แล้วเกิดเสียงฟ้าผ่าดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว จนรู้สึกหูอื้อตาลายไปหมด พอสิ้นเสียงฟ้าผ่าทั้ง 5 คนกระเด็นไปคนละทิศละทาง ส่วนร่างของพ่อก็นอนสลบแน่นิ่งคาที่ พอตั้งสติได้จึงรู้ว่าถูกฟ้าผ่า และรีบพาพ่อขึ้นรถกระบะ ขับออกจากที่เกิดเหตุมาตามถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ระยะทางประมาณ 3 กม. จนถึงป้อมตำรวจทางหลวง และขอความช่วยเหลือในเวลาต่อมา

สำหรับสาเหตุที่พ่อถูกฟ้าผ่าครั้งนี้ ตนคิดว่าน่าจะเป็นเพราะถือมีดอีโต้ ซึ่งเป็นเหล็ก และเป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้า เป็นจังหวะประจวบกันพอดีที่ถือมีดอีโต้เคาะสังกะสี ที่ประจุไฟฟ้าแล่นผ่านมาพอดี จึงเกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าดังกล่าว และนายสำรวยได้รับบาดเจ็บสาหัสคนเดียว

ขณะที่ตนกับญาติอีก 3 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร นอกจากอาการช็อกด้วยความตกใจ อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่มาถามเหตุการณ์ และรู้ว่าตนและญาติปลอดภัย เชื่อว่าคงเป็นเพราะตนได้ห้อยพระนาคปรกหลวงพ่อลาย ต.คันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จึงช่วยปกป้องและรอดพ้นอันตรายจากการถูกฟ้าผ่าครั้งนี้อย่างปาฏิหาริย์

ทางด้าน นายแพทย์วรวิทย์ เจริญพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยางตลาด กล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นฤดูฝน ที่มักจะเกิดเหตุฟ้าผ่านั้น ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะชาวนา ได้ระมัดระวังเหตุดังกล่าว โดยเฉพาะขณะเกิดฝนตก ฟ้าคะนอง ต้องไม่อยู่ในที่โล่ง ไม่พกพาโทรศัพท์มือถือ หรือวัตถุสิ่งของที่เป็นโลหะ หรือสื่อนำไฟฟ้าทุกชนิด

ทั้งนี้ หากอยู่ในที่โล่ง ไม่มีที่หลบ ก็ให้นอนราบกับพื้น เพื่อที่จะไม่ตกเป็นสื่อกลางให้ประจุไฟฟ้าผ่านตัว ที่จะเป็นชนวนให้เกิดฟ้าผ่าได้ 

สำหรับกรณี นายสำรวย อาการยังอยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และยังไม่พ้นขีดอันตราย เนื่องจากเกิดภาวะช็อก หมดสติฉับพลัน ยังไม่รู้สึกตัว และได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์แล้ว

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ