นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ หน่วยงาน Canada Border Services Agency (CBSA) ของแคนาดา ได้ประกาศผลการทบทวนการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าท่อเหล็กที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน จากประเทศไทย โดยพบว่า ตลาดสินค้าดังกล่าวในไทยไม่มีลักษณะเฉพาะ (พีเอ็มเอส) ตามที่ถูกแคนาดากล่าวหา ทำให้การทบทวนการใช้มาตรการเอดีต้องใช้ข้อมูลราคา และต้นทุนของไทยตามข้อเท็จจริงของผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทย แคนาดาไม่สามารถปรับข้อมูลได้เอง ส่งผลให้อัตราอากรเอดีที่แคนาดาจะเรียกเก็บจากไทยไม่สูงเกินจริง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.62 แคนาดาได้ประกาศทบทวนการใช้มาตรการเอดีกับสินค้าดังกล่าวจากไทย โดยอ้างว่าสภาพตลาดของไทย ที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่สะท้อนต้นทุนการผลิตสินค้าที่แท้จริงในการค้าปกติ เช่น รัฐบาลอาจให้การสนับสนุนผู้ส่งออก แคนาดาจึงได้ปรับข้อมูลราคาและต้นทุนสินค้าดังกล่าวของผู้ส่งออกไทยใหม่ให้สูงขึ้น เพื่อให้จัดเก็บอากรเอดีกับสินค้าดังกล่าวในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในของแคนาดา แต่หลังจากที่กรมได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลแก้ต่างว่าอุตสาหกรรมนี้ของไทยไม่มีลักษณะเฉพาะ ส่งผลให้แคนาดาไม่ใช้เงื่อนไขพีเอ็มเอส เพื่อพิจารณาจัดเก็บอากรเอดีจากไทย

“การที่แคนาดาไม่ใช้เงื่อนไขพีเอ็มเอสมาพิจารณาทบทวนการเรียกเก็บอากรเอดีสินค้าดังกล่าวจากไทย นับว่าเป็นผลดีต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้านี้ของไทยมาก โดยปี 62 ไทยส่งออกสินค้านี้ไปแคนาดา 11,291 ตัน มูลค่า 314.62 ล้านบาท ซึ่งแคนาดาจัดเป็นตลาดสำคัญ และโดยเฉพาะช่วงหลังวิกฤติโควิด-19 สินค้านี้น่าจะสามารถขยายการส่งออกได้”.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ