ผัววัย 29 ปี ไลฟ์สดทำร้ายลูกชายอายุเพียง 3 ขวบเพื่อขู่เมียข้ามประเทศให้กลับมารักกัน โชคดีที่ได้ “น้าแอ๊ด ต้นหว้า” ห้ามทัพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ พม.รู้บุกถึงบ้าน เจ้าตัวหาย

– ช่วงเวลา 02.00-03.00 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. 63 ที่ผ่านมา นายเจ (นามสมติ) อายุ 29 ปี ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวทำร้ายลูกชายวัย 3 ขวบเพื่อประชดเมีย

– เรื่องนี้รู้ถึง พ.ต.อ.มนเทียร เบ้าทอง ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.จริญ ขาวเอี่ยม สว.(สอบสวน) ลงมาตรวจสอบ

– บ้านที่เกิดเหตุนั้นเป็นค่ายเลี้ยงและผสมพันธุ์ไก่ชนของนายวารุณ วันดาว อายุ 45 ปี หรือ “น้าแอ๊ด ต้นหว้า”

– น้าแอ๊ด ต้นหว้า เล่าว่า นายเจ เป็นเด็กรุ่นน้องที่รู้จักกันได้มาขออาศัยอยู่ที่บ้านพร้อมลูกชายวัย 3 ขวบ ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วด้วยความสงสารจึงให้อยู่ด้วย และบอกว่า อยากจะอยู่ก็อยู่ได้ แต่อย่าสร้างปัญหานะ

– ตลอดเวลาที่นายเจอยู่ที่บ้านน้าแอ๊ด ได้สละเตียงนอนในค่ายเลี้ยงไก่ชนให้นายเจ นอนกับลูก พร้อมทั้งยังช่วยซื้อแพมเพิร์ส และนมให้อีกด้วย

– นายเจ มีภรรยาชื่อนางเปรม (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน ซึ่งนางเปรมได้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศพม่า

– ต่อมานายเจ ก็ไปมีเมียใหม่ ก็เลิกรากับนางเปรมไป ต่อมาไม่นานนายเจ ก็ขอคืนดีกับนางเปรม แต่นางเปรมไม่ยอม จึงตกลงเรื่องการเลี้ยงลูก โดยลูกชายคนโตอยู่กับนายเจ ส่วนลูกคนเล็กนางเปรมขอดูแลเองที่พม่า

– นายเจ เล่าให้น้าแอ๊ดฟังว่า นางเปรมจะตามมาอยู่ด้วยที่นครศรีธรรมราช และจะโอนเงินมาให้ใช้เลี้ยงลูกชายทุกวัน วันละ 300-400 บาท

– นายเจ รอคอยเมียรักกลับมาจากพม่าเป็นเวลานาน แต่เมียก็ไม่ยอมกลับมาอยู่ด้วยกัน ทำให้นายเจ ไม่พอใจ และเกิดการหึงหวง เพราะเข้าใจว่าเมียรักมีผู้ชายคนใหม่

– น้าแอ๊ด เล่าว่า คืนเกิดเหตุตนยอมไปนอนที่มุม ซึ่งนายเจก็นอนกับลูกชาย และไลฟ์สดกับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าใจว่าเป็นเมียของนายเจ และทำการทุบตีลูกชายจนร้องไห้เพื่อบีบกดดันให้เมียกลับมาอยู่ด้วยกัน

– นายเจ บอกว่าจะทารุณกรรมลูกชายทุกวันจนกว่าเมียจะยอมกลับมา

– ในขณะที่เมียก็พูดตอบโต้ท้าทายทำให้นายเจมีอารมณ์โกรธแค้นมากยิ่งขึ้นและยิ่งทุบตีลูกชายหนักมากขึ้น

– น้าแอ๊ด ทนไม่ไหว ตัดสินใจเข้าไปห้าม

– ในขณะที่นายเจ ได้ใช้มีดจี้ข่มขู่พร้อม ตะโกนบอกเมียว่าหากไม่ยอมกลับมาอยู่กินด้วยกันที่นครฯ จะทำร้ายลูกให้ตาย

– น้าแอ๊ด ทนไม่ไหวจึงตรงเข้าไปบอกนายเจ “ว่าหากมึงแทงลูกกูจะแทงมึงให้ตายตกไปตามกัน”

– น้าแอ๊ด ก็บอกให้เมียนายเจวางสายไปอย่าพูดยั่วอารมณ์เพราะนายเจ จะมีอารมณ์โกรธแค้นทำร้ายลูกหนักยิ่งขึ้น เมื่อเมียยอมวางสายสถานการณ์จึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

– น้าแอ๊ด บอกนายเจว่าอย่าทำแบบนี้กับลูก หากทำแบบนี้อีกให้ออกไปอยู่ที่อื่น ตนไม่ให้อยู่อีกแล้ว นายเจก็รับปากว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก

– กระทั่งเมื่อเช้าวันนี้ (4 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษ์ หรือพม.นครศรีธรรมราช ยกขบวนแห่มาจำนวนมาก แต่นายเจได้หอบลูกน้อยวิ่งหลบหนีไปแล้ว 

– น้าแอ๊ด บอกว่า ตนมั่นใจว่าลูกนายเจยังปลอดภัย แต่หากเมียไม่พูดจายั่วยุอารมณ์ นายเจคงไม่ทำร้าย หรือฆ่าลูกอย่างแน่นอน

– น้าแอ๊ด ทิ้งท้ายว่า การที่ตนยอมให้นายเจมาอาศัยด้วยเพราะสงสารเด็ก และตนก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้เลย แถมยังต้องเสียค่าใช้จ่ายช่วยเหลือเด็ก ซื้อนม ซื้อผ้าอ้อมให้ ตนก็รู้สึกไม่สบายใจที่ญาติๆ และเพื่อนบ้านไม่ค่อยพอใจตนที่หาเรื่องเดือดร้อน แต่ตนให้อยู่อาศัยและช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ