ผู้การมุกดาหารเผย ทีมสืบสวนรู้ผลดีเอ็นเอคดีน้องชมพู่แล้ว แต่ขอปิดไว้เกรงกระทบรูปคดี โดยที่หลักฐานครบแล้วระดับหนึ่ง ส่วนคดี 5 ครู 2 ศิษย์เก่าข่มขืน 2 นร. มีหลักฐานเอาผิดครูได้แล้ว จ่อส่งฟ้องศาล

จากกรณีครู 5 คน และศิษย์เก่า 2 คน ข่มขืนนักเรียนหญิงชั้น ม.2 และ ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งที่มุกดาหาร และคดีการเสียชีวิตอย่างมีปริศนาของน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ บนบ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น

วานนี้ (11 มิ.ย.63) ที่ห้องประชุมแสงสิงแก้ว ชั้น 5 กองบังคับการตำรวจภูธร จ.มุกดาหาร พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนเองพร้อมด้วย พล.ต.ต.ภานุ บุรณศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้เดินทางลงมาติดตามคดีครู 5 คน และศิษย์เก่า 2 คน ข่มขืนนักเรียนชั้น ม.2 และ ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร และคดีน้องชมพู่ที่หายออกจากบ้านพักปริศนาไปเมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 และได้เสียชีวิตลงจนกระทั่งมาพบน้องชมพู่ในวันที่ 14 พ.ค.63 ที่ภูเหล็กไฟ ที่ห่างจากบ้านไป 2 กิโลเมตร ซึ่งทาง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ลงมาดูแลทั้ง 2 คดีด้วย และเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 63 ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ท่านก็ได้มาติดตามคดีดังกล่าวมาครั้งหนึ่งด้วยแล้ว

พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จ.มุกดาหาร กล่าวถึงความคืบหน้าของทั้ง 2 คดีว่า สำหรับคดีครู 5 คน ศิษย์เก่า 2 คน ข่มขืนนักเรียน ม.2 และ ม.4 มีพยานหลักฐานชัดเจน และสามารถเอาผิดกับครู 5 คนได้ และสำนวนคดีตอนนี้ยังเหลือพยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น โดยเร็วๆ นี้จะส่งสำนวนฟ้องต่อศาลจังหวัดมุกดาหารต่อไป และส่วนนักเรียน ม.2 และ ม.4 ยังคงอยู่ในความดูแลของทางบ้านพักเด็กและสตรีจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ญาติผู้เสียหายสบายใจในความปลอดภัยได้

ผบก.ภ.จ.มุกดาหาร กล่าวต่อว่า ส่วนคดีของน้องชมพู่ตอนนี้มีพยานหลักฐานแน่นหนาเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยคณะทำงานเกี่ยวกับคดีของน้องชมพู่กำลังทำงานตามที่ทาง รอง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ดำเนินการกันอยู่ส่วนผลการตรวจดีเอ็นเอต่างๆ มีผลตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้ว ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงว่าจะทำให้เสียหายต่อรูปคดี และสิ่งที่เน้นย้ำ คือ การนำเสนอข่าวอาจจะไปกระทบกระเทือนจิตใจต่อผู้เสียหาย ตอนนี้ผู้เสียหายมีความเสียใจอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ไปซ้ำเติมผู้เสียหายกันเลย คดีนี้สำนวนคดีพูดไม่ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ที่สำนวนการสอบสวน มีประจักษ์พยาน พยานวัตถุ พยานหลักฐาน ครบไปในระดับหนึ่งกันไปแล้วด้วยแล้ว.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ