ศรชล.สุราษฎร์ฯ ส่งกำลังทหารเรือ ตำรวจ อส. ลงไปรักษาความปลอดภัยอ่าวบ้านดอน หลังชาวบ้านจำนวนมากมาจ่อรอจับหอยแครง ซึ่งปะหน้ากับเจ้าของผู้ประกอบการซึ่งอ้างกรรมสิทธิ์แปลงเลี้ยงเพาะชำ ทำให้บรรยากาศตึงเครียด หวั่นจะมีเหตุรุนแรง จนท.ต้องเข้าไปรักษาความสงบ ขณะที่ชาวบ้านวอนจังหวัดเร่งดำเนินการกรณีพิพาทนี้ให้จบ หวั่นลุกลามบานปลาย

จากกรณีที่มีชาวบ้านจำนวนหนึ่ง นำเรือไปปิดปากอ่าวแม่น้ำตาปี เมื่อเย็นวันที่ 11 มิ.ย. เพื่อประท้วงที่เจ้าหน้าที่ให้พ่อค้าหยุดรับซื้อหอยแครงเป็นการชั่วคราว และหลังจากที่ น.อ.วศากร สุนทรนันท รอง ผอ.ศรชล.สุราษฎร์ธานี และนายสุเชาว์ โทมุสิก ป้องกันจังหวัด นำเรือออกไปเจรจา จนชาวบ้านยอมเปิดเส้นทางและแยกย้ายกลับไป


ล่าสุดวันที่ 12 มิ.ย. น.อ.วศากร สุนทรนันท รอง ผอ.ศรชล.สุราษฎร์ธานี ได้ปล่อยแถวกำลังทหารเรือ ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดนจำนวน 30 นาย เพื่อนลงพื้นที่ไปรักษาความปลอดภัยในทะเลอ่าวบ้านดอน ในพื้นที่ ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน ที่ซึ่งมีชาวบ้านจำนวนมากรอลงจับหอยแครง ซึ่งผู้ประกอบการและชุมชนอ้างเป็นผู้ครอบครองหอยแครงภายในแปลงเลี้ยงและเพาะชำ

นายสุเชาว์ กล่าวว่า ชาวบ้านที่จะลงไปจับหอยในพื้นที่ที่เจ้าของอ้างว่านำหอยมาเลี้ยง ซึ่งมันเป็นปัญหาในข้อกฎหมาย จึงให้เจ้านาทีที่ลงไปทำหน้าที่รักษากฎหมาย หมายถึงเจ้าของคอกหอยมีสิทธิ์ปกป้องทรัพย์สินของตนเอง โดยไม่ใช้อาวุธ และความรุนแรงใดๆ ทำได้แค่เพียงบันทึกภาพแล้วนำไปแจ้งความดำเนินคดี แต่หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีการใช้อาวุธหรือความรุนแรงต้องเข้าไประงับเหตุให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย

สำหรับบรรยากาศในทะเล ในพื้นที่บ้านคลองราง ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน ได้มีชาวบ้านทยอยนำเรือหางยาวขับไปจอดรอยังบริเวณคอกหอยกันเป็นจำนวนกว่า 200 ลำ และเป็นที่น่าสังเกตว่า พื้นที่ทั่วไปไม่มีเรือชาวบ้านไปรอจับหอยแครง แต่จะไปรวมกลุ่มกันอยู่ในบริเวณคอกหอยของผู้ประกอบการรายหนึ่ง โดยจะมีเรือนำที่ติดสัญลักษณ์ธงแดงไว้หัวเรือ คอยส่งสัญลักษณ์ รอเมื่อมีโอกาสก็จะลงตักเก็บหอย และเมื่อลงน้ำเพื่อตักเก็บหอยภายในคอกหอย ได้มีกลุ่มเรือผู้ประกอบการและชาวบ้านผู้เลี้ยงหอยแครงได้นำเรือออกแจ้งให้ทราบว่าเป็นพื้นที่เลี้ยงหอย มีการนำลูกหอยแครงมาอนุบาลไว้ พร้อมบันทึกเพื่อนำแจ้งความดำเนินคดีป้องกันทรัพย์สิน

นายประเสริฐ ชัญจุกรณ์ กำนันตำบลลีเล็ด กล่าวว่า ทางจังหวัดไม่กล้าออกหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร เพียงบอกให้ผู้ประกอบการถ่ายรูปคนที่มาจับหอยแครง เดิมทีทางจังหวัดประกาศให้ชาวบ้านจับได้ในเขต 1,000 เมตร แต่ขณะนี้ได้ลุกลามออกไปนอกเขตแล้ว ที่สำคัญบริเวณที่แห่งนี้ลูกหอยไม่เกิดซึ่งผู้ประกอบการได้ซื้อจากเขตอำเภอเมืองมาปล่อยไว้จริงๆ ในขณะที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะแต่หอยแครงที่นำมาปล่อยไว้เป็นทรัพย์สิน ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ โดยชาวบ้านเข้าใจว่าพื้นที่สาธารณะสามารถจับหอยได้ทั้งหมดซึ่ง มองว่ามันไม่ยุติธรรม จังหวัดควรดำเนินการกรณีพิพาทให้จบเสียก่อน โดยที่ผ่านมามติจังหวัด เมื่อปี 2557 อนุญาตให้ผู้ประกอบการเลี้ยงหอยแครงได้ ซึ่งต้องยกเลิกประกาศดังกล่าวเสียก่อน แล้วให้มีการเลิกเลี้ยงโดยการแจ้งล่วงหน้า

นายชัยวุฒิ ศรีช่วย อายุ 38 ปี ชาวท่าฉาง ผู้ประกอบการเลี้ยงหอยที่มาคอยเฝ้าคอก กล่าวว่า ทำได้แค่ยืนดู ถึงจะห้ามปรามก็ห้ามไม่อยู่ อยากจะให้เจ้าหน้าที่ช่วยหยุดชาวบ้านจับหอยแครง เพราะผู้ประกอบการบางรายกู้หนี้ยืมสินมาซื้อลูกหอยจากพื้นที่อำเภอเมืองมาปล่อยในพื้นที่อำเภอพุนพิน อยากวิงวอนให้คนมาจับหอยแครงเห็นใจผู้ประกอบการบ้าง

ด้านนายพสิศฐ์ บัวคล้าย อายุ 58 ปี ชาวประมงพื้นบ้านจาก อ.กาญจนดิษฐ์ หนึ่งในชาวประมงที่มาลอยลำรอตักเก็บหอยในพื้นที่ ต.ลีเล็ด กล่าวว่า ปกติจะไปตักเก็บหอยแครงในพื้นที่อำเภอเมือง แต่เมื่อทราบจากการส่งข่าวก็ชักชวนกันมาตักเก็บหอยในพื้นที่ลีเล็ด เนื่องจากสามารถตักเก็บได้มาก จึงได้ขับเรือมาพร้อมครอบครัวเพื่อหวังจะมาหารายได้ แต่ก็รอดูท่าทีว่าสามารถตักเก็บได้หรือไม่ หากผู้ประกอบการแจ้งว่าเป็นพื้นที่เลี้ยงหอยแครง ในส่วนตนก็ไม่ตักเก็บยอมขาดทุนน้ำมัน แต่ทั้งนี้อยากให้หน่วยงานภาครัฐกำหนดพื้นที่ให้ชัดเจนว่าในระยะสั้นในช่วงเวลานี้สามารถตักเก็บหอยในพื้นที่ได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและให้แก้ไขระยะยาวเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาความขัดแย้งเหมือนทุกวัน โดยให้แบ่งเขตให้ชัดเจนว่าชาวประมงทั่วไปสามารถใช้พื้นที่สาธารณะทำกินได้ และผู้ประกอบการสามารถเลี้ยงพื้นที่ไหนได้ เพราะมองว่าทั้ง 2 อย่างต้องควบคู่กันไป.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ