“พลภูมิ” ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย นำคณะ เปิดครัวปันสุข แจกข้าวกล่องให้ ปชช.1 พันชุด แนะรัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจ “ผับ-บาร์” และลูกจ้างเป็นกรณีพิเศษ เหตุต้องปิดกิจการนานกว่าคนอื่น 

วันที่ 13 มิ.ย. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.เขต 14 บึงกุ่ม-คันนายาว พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการทำงานและการดำเนินชีวิต สูญเสียรายได้จากการประกอบอาชีพ ตนในฐานะ ส.ส. ผู้แทนของประชาชน ตระหนักและรับรู้ถึงปัญหาความเดือดร้อนในจุดนี้ จึงร่วมกับ นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ก.เขตคันนายาว นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบึงกุ่ม นายพงศกร รัตนาเรืองวัฒนา และ นางสุภาพ เชื้อประเสริฐ ประธานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เขตคันนายาว ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากนายภักดี ครุฑทอง ผู้บริหารบริษัทแอ๊ดวาน ฟู๊ด มาเก็ตติ้ง จำกัด (AFM) ที่ได้มอบไส้กรอกไก่คุณภาพดีมาให้ ตนและทีมงาน จึงเปิดโรงทานขึ้นที่ชุมชนสามัคคีพัฒนา เขตบึงกุ่ม โดยได้ทำข้าวกะเพราไส้กรอก แจกให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชนสุวรรณ จำนวน 1,000 คน โดยเริ่มแจกตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

นายพลภูมิ กล่าวว่า กรณีรัฐบาลเปิดให้ขายแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร แต่ยังไม่ให้กิจการ ผับ-บาร์ เปิดให้บริการ ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขและรัฐบาล ที่ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนได้ผล ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเป็นเวลากว่า 18 วันแล้ว ทำให้ตอนนี้สามารถคืนวิถีชีวิตให้คนไทยได้เกือบทั้งหมด แต่ในส่วนของ ผับ-บาร์ รัฐบาลยังกังวลจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อ เมื่อไม่มีการแพร่เชื่อในประเทศแล้วก็น่าจะคลายล็อกตรงนี้ได้ แต่เมื่อรัฐบาลยังกังวลอยู่ ก็อยากให้หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างของกลุ่มนี้ เป็นพิเศษ เพราะเงินช่วยเหลือที่รัฐบาลให้ 5 พันบาทนั้น มันไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต ยิ่งในกิจการที่ต้องปิดนานกว่าคนอื่นแบบนี้ แล้วยิ่งได้รับผลกระทบ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือเป็นพิเศษอาจทำให้กิจการเหล่านี้ ยืนระยะต่อไปไม่ได้จนต้องปิดกิจการ และสุดท้ายก็กลายเป็นปัญหากระทบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีก เพราะต้องยอมรับว่า กิจการเหล่านี้ทำให้เงินไหลในระบบจำนวนมาก ถ้ารัฐบาลไม่อยากให้ปัญหาเศรษฐกิจหนักกว่าในปัจจุบัน ต้องเร่งออกมาตรการให้เขายืนต่อไปได้ จะได้มาเป็นส่วนช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นหลังวิกฤติในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากที่มารอรับอาหาร ได้ปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นสวมหน้ากากอนามัย และต่อคิวโดยเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด และการเปิดโรงทานในครั้งนี้ นายพลภูมิ ได้โชว์ฝีมือทำกะเพราไส้กรอกและยืนแจกอาหารให้ประชาชนด้วยตัวเอง สร้างความประทับใจให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ