“เศรษฐพงค์” ชี้ รมต.ภูมิใจไทย ทำงานหนัก ช่วยเหลือประชาชน ยัน ไม่ได้ทำตามนโยบายพรรคอย่างเดียว แต่ยังประสานงาน รัฐบาล-พรรคร่วม ช่วยเหลือชาวบ้านต่อเนื่อง เร่งให้ “กัญชา-กระท่อม” พ้นยาเสพติด เพื่อผลิตใช้ทางการแพทย์ 

วันที่ 13 มิ.ย. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงผลงานของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ว่า รัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ทำงานหนักมาตลอด แม้ว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยจะพบกับภาวะวิกฤติจากไวรัสโควิด-19 งานส่วนใหญ่ของรัฐมนตรีและพรรคจึงเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องนี้เป็นหลัก โดยเฉพาะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ที่ถือเป็นกำลังหลักในการรับมือกับวิกฤติครั้งนี้ ซึ่งถือว่าทำได้อย่างดีจนวิกฤติคลี่คลาย โดยเฉพาะการออกมาตรการรับมือ การดูแลบุคลากรทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายด้านสาธารณสุข เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเต็มที่ ลงพื้นที่รับปัญหา และให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยตลอด นอกจากนี้ ในส่วนนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย ที่เน้นมาตั้งแต่การหาเสียง คือ การปลดล็อกกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ที่ล่าสุด ได้มีการร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ เพื่อจะทำให้พืช 2 ชนิด คือ กัญชาและกระท่อม พ้นจากการเป็นยาเสพติดให้เร็วที่สุด เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างเต็มที่ โดยเป้าหมายคือปลูกและผลิตเพื่อการแพทย์เท่านั้น

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ยังเดินหน้าทำงานทั้งการผลักดัน แก้ไข และรณรงค์ เพื่อขจัดปัญหาในด้านคมนาคมอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ซึ่งล่าสุดได้มีการทำพิธีลงนามความร่วมมือ การนำอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนน ที่ผลิตจากยางพาราไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐ ระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อลดการบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนทางหลวง ขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ประสบปัญหาราคายางตกต่ำ จึงได้มุ่งเน้นให้ใช้น้ำยางพาราเป็นวัสดุในการปรับปรุงก่อสร้างทาง เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรโดยตรง ซึ่งจากผลการศึกษาและวิจัยและทดสอบพบว่า สามารถลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ในส่วนของระบบคมนาคมภายในประเทศยังมีการพัฒนาและก่อสร้างอีกหลายโครงการ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ภายหลังจากวิกฤติโควิด ประเทศไทยยังมีงานหนักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ถือเป็นรายได้หลักของประเทศ โดยทาง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กำลังทำแผนงานเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมานั้น ได้มีการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่จะทำรายได้ให้กับประเทศจำนวนมหาศาลอีกด้วย ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้จำกัดการประสานงานเฉพาะกระทรวงที่มีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราจะทลายกำแพงอุปสรรคไม่ว่าจะอยู่พรรคเดียวกันหรือต่างพรรค เมื่ออยู่ในรัฐบาลเดียวกันแล้ว ต้องสามารถทำงานสอดประสานกันได้ โดยอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชน ซึ่งหลังจากนี้ ก็ต้องทำงานประสานกับรัฐมนตรีและ ส.ส.จากพรรคต่างๆ ในการช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูประเทศ ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด” โฆษกภูมิใจไทย กล่าว…

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ