ซูเปอร์โพล ชี้ คนกว่า 75% ระบุ “ซื่อสัตย์ สุจริต” คือ คนดีการเมือง ที่อยากให้ “บิ๊กตู่” มีไว้ใกล้ตัว ขณะ 78% ห่วง แย่งตำแหน่ง เป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” ทำรัฐบาลแตกแยก ชี้ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ คือ คำตอบ ขอผู้ใหญ่ในรัฐบาลอย่าเป็นต้นตอความวุ่นวายเสียเอง1

วันที่ 13 มิ.ย. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง คนดีการเมือง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,790 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 9-12 มิ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า

เมื่อถามถึงลักษณะคนดีของรัฐมนตรีที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีไว้ใกล้ตัว พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.5 ระบุ ซื่อสัตย์ สุจริต ตามศาสตร์พระราชา ไม่ถอนทุนคืน ไม่มีประวัติด่างพร้อย รองลงมาคือ ร้อยละ 10.9 ระบุ ทำเพื่อประชาชนในเฉพาะฐานเสียงของตนเอง ร้อยละ 10.4 ระบุ เป็นคนเก่ง การศึกษาดี มีผลงานสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ และร้อยละ 3.2 ระบุ อื่นๆ เช่น ร่ำรวย มีบารมี เป็นต้น

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึง กลุ่มคนที่จะกระโดดหนีห่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นกลุ่มแรกถ้าเกิดปัญหาวิกฤติขึ้นในบ้านเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.0 ระบุเป็นกลุ่ม ส.ส. ที่ปากบอกว่า รักบิ๊กตู่ หนุนบิ๊กตู่ ตอนนี้ที่บิ๊กตู่กำลังมีอำนาจ รองลงมาคือ ร้อยละ 21.6 ระบุ เป็น กลุ่ม ส.ส. ที่กำลังแย่งชามข้าว แย่งตำแหน่งรัฐมนตรีกันตอนนี้ และร้อยละ 17.4 ระบุ เป็นกลุ่มข้าราชการและประชาชนทั่วไป

ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 78.7 ระบุ การแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีเป็น น้ำผึ้งหยดเดียว ทำรัฐบาลแตกแยก บ้านเมืองวุ่นวาย บนความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 21.3 ระบุไม่เป็น

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.5 ระบุ การยุบสภา คืนอำนาจประชาชน เลือกตั้งใหม่คือคำตอบ ในขณะที่ร้อยละ 17.8 ระบุ ปรับคณะรัฐมนตรี คือคำตอบ และร้อยละ 11.7 ระบุ อื่น ๆ เช่น ทำงานต่อไป คือคำตอบ

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ชัดว่า ลักษณะคนดีของรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการที่มากที่สุดคือ ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อย แต่ลักษณะของรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการน้อยที่สุดคือ รัฐมนตรีที่มีบารมี จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าในคณะรัฐมนตรีไม่ควรมีคนมากบารมีมากกว่านายกรัฐมนตรีตามคำโบราณที่ว่า เสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันไม่ได้

“แต่ที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งคือ การแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีกันของ ส.ส. ในพรรคการเมืองตอนนี้กำลังกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้รัฐบาลแกว่งตัวสั่นคลอนบ้านเมืองวุ่นวายบนความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน และผลจากการประเมินขั้นสุทธิ (Net Assessment) พบว่า การยุบสภาช่วงนี้จะเหมาะมากต่อจังหวะลงจากหลังเสือ (Exit Strategy) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาหรืออาจทำให้ปัญหาวุ่นวายในบ้านเมืองช่วงปลายปีนี้ไม่เกิด แต่ถ้าจะยื้อกันต่อไปก็คอยรอดูกันต่อว่า อะไรจะเกิดขึ้นช่วงปลายปีนี้ โดยรัฐบาลต้องไม่ทำอะไรฝืนกระแสอารมณ์ของสาธารณชนเพิ่มเติมขึ้นมาอีก นับจากเวลานี้เป็นต้นไป รัฐบาลต้อง นิ่งๆ ก้มหน้าก้มตาทำงาน แก้ปัญหาเดือดร้อนความทุกข์ยากของประชาชนต่อไป ขอให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลอย่าเป็นต้นตอของความวุ่นวายเสียเอง” ดร.นพดล กล่าว

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ