ญาติผู้ใหญ่ 5 คนไม่เครียด ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ไม่ได้ข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปี พร้อมขอสู้คดีในชั้นศาล ตำรวจเมืองสุพรรณบุรี ส่งฝากขังพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง ด้านพี่สาวยอมรับทั้งน้ำตา ไม่ค่อยมีเวลาดูน้อง

กรณีเรื่องราวฉาวโฉ่เมืองขุนแผน เด็กหญิงกำพร้าวัย 12 ปี นักเรียน ป.6 ถูกกลุ่มเครือญาติชาย 7 คน ข่มขืนมาราธอนกว่า 2 ปี มีทั้งลุง น้า อา พี่ ไม่เว้นแม้แต่น้องชายวัย 10 ขวบยังร่วมด้วย บังคับกินยาคุมไม่ให้ท้อง เรื่องแดงหลังโดนกระทำรุนแรงจนมดลูกอักเสบ อวัยวะเพศฉีก ต้องอ้อนวอนให้พี่สาวพาไปหาหมอตรวจภายใน ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ ก่อนคุมตัวกลุ่มผู้ใหญ่ 5 คนมาโรงพัก ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ

ต่อมา นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเด็กหญิงวัย 12 ปี อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าคดีดังกล่าว ไม่มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2563 ร.ต.อ.กาฬสิน ปากวิเศษ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่ทั้ง 5 หลังสอบสวนแล้วให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การต่อสู้ในชั้นศาล ไม่พูดอะไรปฏิเสธอย่างเดียว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีญาติติดต่อมาเพื่อขอประกันตัว แต่พอทราบมาว่าจะเตรียมขอทำเรื่องประกันในชั้นศาล ซึ่งถ้ามีการติดต่อขอประกันตัวมาในชั้นพนักงานสอบสวนก็จะคัดค้านการประกัน ช่วงระหว่างการควบคุมตัวไว้ที่โรงพัก เท่าที่เห็นผู้ต้องหาก็มีอาการเป็นปกติ ไม่มีท่าทางเครียดอะไร ในวันพรุ่งนี้ (15 มิ.ย.) จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนเที่ยง แต่จะประกันตัวได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ส่วนเด็กชายอีก 2 คนได้แจ้งผู้ปกครองเด็กไปแล้ว รอติดต่อวันที่จะเข้ามาให้ปากคำต่อหน้าทีมสหวิชาชีพ

ด้านนายสุชาติ ศรีสัมพันธุ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.บ้านโพธิ์ กล่าวว่า พ่อบุญธรรมของเด็กคือ นายณรงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นญาติกับแม่เด็กได้รับมาเลี้ยงดูแลตั้งแต่คลอดถูกต้องตามกฎหมาย แต่ให้น้องสาวเป็นคนเลี้ยง ส่วนนายณรงค์ อยู่บ้านอีกหลังหนึ่งแต่เป็นคนส่งเสียเลี้ยงดูให้ หลังจากตนได้รับแจ้งเรื่องนี้ก็ได้ประสานกับนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโพธิ์ และแจ้งติดต่อเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรีทันที

นางอุรัยวรรณ์ แสงแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี เผยว่า หลังทราบเรื่อง เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตนพร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กหญิงอายุ 12 ปี ร่วมกับนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโพธิ์ นักพัฒนาชุมชน และพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 เนื่องจากเด็กถูกทารุณกรรม ในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี พร้อมนำผู้ปกครองเด็กเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ต้องหา ที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี และนำเด็กเข้าตรวจร่างกายตามกระบวนการ OSCC ที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช พร้อมทั้งรับเด็กหญิงดังกล่าวเข้ารับการคุ้มครองที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2563

ต่อมาวันที่ 11 มิถุนายน ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำเด็กหญิงอายุ 12 ปี เข้ารับการสอบปากคำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อหน้าทีมสหวิชาชีพ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี และได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ว่าเมื่อเวลา 04.00 น.ของวันที่ 13 มิถุนายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้ว 5 คน ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กและเยาวชน อีก 2 คน อยู่ระหว่างแจ้งผู้ปกครองรับทราบ และนำเด็กมามอบตัว และจะได้ดำเนินการต่อไป ส่วนขั้นตอนของบ้านพักเด็กฯ ได้รับเด็กมาอยู่ในความคุ้มครองเพื่อรักษาจิตใจ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ด้าน น.ส.กวาง (นามสมมติ) พี่สาวเด็กหญิงวัย 12 ปี กล่าวทั้งน้ำตายอมรับว่าไม่ค่อยมีเวลาดูแลน้อง เพราะมีครอบครัวที่ต้องดูแลอยู่เหมือนกัน มารู้อีกทีป้ามาเล่าให้ฟัง ว่าน้องบอกว่าถูกพี่โด้กระทำ ก็ตกใจและโมโหแต่ไม่รู้จะทำยังไง ก็ได้แต่นั่งร้องไห้ พอตั้งสติได้ก็คุยกับป้าว่าจะปรึกษาใคร หลังเรื่องแดงก็เลยตัดสินใจกับป้าโทรหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อปรึกษาและผู้ใหญ่บ้านก็ประสานนายกดำเนินการต่อ

ด้าน นายณรงค์ พ่อบุญธรรมของเด็ก กล่าวว่า เลี้ยงเด็กมาตั้งแต่คลอด เนื่องจากแม่เขาดูแลไม่ได้เพราะไม่ค่อยสมบูรณ์ ตอนคลอดมาไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อด้วย ประกอบกับตนไม่มีลูกจึงรับไว้เป็นลูก ที่ผ่านมาก็ส่งเสียให้เงินใช้มาตลอด เขาเป็นเด็กร่าเริง ที่ผ่านมาลูกไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง แต่ถ้าจะไปเที่ยวไหนก็จะมาขอทุกครั้ง ตนไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับลูกบุญธรรมมากนัก เพราะตนอยู่บ้านอีกหลัง ส่วนลูกบุญธรรมอยู่บ้านน้องสาว.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ