อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ “เยียวยาเกษตรกร” ธ.ก.ส. เริ่มโอนเงิน 5,000 บาท งวดที่ 2 ให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์แล้ว วันละประมาณ 1 ล้านราย ใครที่ได้รับสิทธิ์อย่าลืมเช็กเงินในบัญชีธนาคาร

ความคืบหน้า โครงการมาตรการเยียวยาเกษตรกร ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทยอยโอนเงินเยียวยารายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์นั้นจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการ “ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน”

ทางด้าน นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมติคณะรัฐมนตรี ในเดือนที่ 2 (มิ.ย. 2563) จำนวน 5,000 บาท แก่เกษตรกรที่ได้รับโอนเงินในเดือนแรกไปแล้ว โดยจะทำการตรวจสอบสถานะการมีชีวิตอีกครั้ง

จากนั้น จะทยอยโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ตั้งแต่วันที่ 15-21 มิ.ย. 2563 ต่อเนื่องทุกวันไม่เว้นวันหยุด วันละประมาณ 1 ล้านราย สำหรับเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ผู้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งเรื่องสถานะและเลขที่บัญชี เมื่อได้รับข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบจาก กษ. แล้ว ธ.ก.ส. จะดำเนินการโอนเงินต่อเนื่องทันที

อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินผ่านทางเว็บไซต์ www.moac.go.th ได้ตั้งแต่วันนี้ (15 มิถุนายน 2563) เป็นต้นไป

ทางด้าน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกแนวทางปฏิบัติการขอคืนสิทธิ์ (สละสิทธิ์) การช่วยเหลือที่ได้รับ หรือการคืนเงินช่วยเหลือ โดยเกษตรกรสามารถยื่นแบบคําร้องขอคืนสิทธิ์ด้วยตนเอง หรือทําหนังสือมอบอํานาจให้ผู้แทนมายื่นแบบคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรทั้ง 7 หน่วยงาน สํานักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ทุกจังหวัด และส่วนกลาง ดังนี้

1. สํานักงานเกษตรอําเภอ และสํานักงานเกษตรพื้นที่ 1 มีนบุรี / สํานักงานเกษตรพื้นที่ 2 ลาดกระบัง / สํานักงานเกษตรพื้นที่ 3 ตลิ่งชัน / สํานักงานเกษตรพื้นที่ 4 ทวีวัฒนา

2. สํานักงานประมงจังหวัด และสํานักงานประมงอําเภอทุกแห่ง / สํานักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร

3. สํานักงานปศุสัตว์จังหวัด และสํานักงานปศุสัตว์อําเภอทุกแห่ง

4. กรมหม่อนไหม และศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ทุกศูนย์ ทั้ง 21 แห่ง

5. การยางแห่งประเทศไทยจังหวัด และสาขาทุกแห่ง และสํานักงานกลาง

6. สํานักงานสรรพสามิตพื้นที่ / พื้นที่สาขาที่ออกใบอนุญาต

7. สํานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทุกแห่ง และเจ้าหน้าที่ประจําโรงงานน้ำตาล 57 แห่ง

8. สํานักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ทุกจังหวัด

9. ส่วนกลางที่ทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมหม่อนไหม การยางแห่งประเทศไทย สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ทั้งนี้ การยื่นคําร้องขอคืนสิทธิ์ ผู้มีสิทธิสามารถยื่นคําร้องขอคืนสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ในวันเวลาราชการ โดยสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้จาก www.moac.go.th และหลังจากที่เกษตรกรยื่นคําร้องขอคืนสิทธิ์ (สละสิทธิ์) การช่วยเหลือแล้ว หน่วยงานรับคําร้องจะบันทึกคําร้องตามแบบฟอร์มเข้าระบบ และให้สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรดำเนินการรวบรวมส่งรายชื่อเกษตรกรผู้ยื่นขอคืนสิทธิ์ทั้งหมดให้ ธ.ก.ส. ดําเนินการเรียกคืนเงินต่อไป.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ