ดร.ชาตรี ทองสาริ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวบรรยายหัวข้อ “รู้ทันการทุจริต” ในการอบรมเครือข่ายเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริต กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของประเทศไทยสะสมมายาวนาน และถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข ผลการจัดอันดับดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ปี 2562 ระบุว่า ไทยได้คะแนนเพียง 36 จาก 100 คะแนนเต็ม เป็นอันดับ 6 ของอาเซียน และลำดับที่ 101 ของโลก ห่างจากสิงคโปร์ที่มีคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และเอเชียอยู่ที่ 85 คะแนน และเป็นอันดับ 4 ของโลก

ปัจจัยที่ทำให้การทุจริตยังคงอยู่ในสังคมไทยส่วนหนึ่งมาจากการหล่อหลอมของสังคมจนกล่าวเป็นสำนวนไทยที่เราคุ้นชิน เช่น อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน ไม้ซีกอย่าไปงัดไม้ซุง เอาหูไปนาเอาตาไปไร่มือใครยาวสาวได้สาวเอา รวมไปถึงวัฒนธรรมอุปถัมภ์ ดังนั้น การขับเคลื่อนประเทศจึงให้ความสำคัญกับการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560-2564 กำหนดยุทธศาสตร์หลักมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริต

ดร.ชาตรีกล่าวว่า สำหรับเรื่องร้องเรียนกล่าวโทษให้ ป.ป.ช. ดำเนินการปัจจุบันมีมากถึง 18,000 เรื่อง เฉลี่ยปีละ 5,000 เรื่อง รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง 3,000 เรื่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ถูกร้องเรียนสูงสุดมากกว่า 50% ส่วนใหญ่เกิดมาจากการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมาย เรียกรับเงินและผลประโยชน์ การบรรจุแต่งตั้งโยกย้าย การจัดอบรมศึกษาดูงาน ไม่มีจริง เบิกเท็จ ตลอดจนการบิดผันกฎหมาย เพื่อหาประโยชน์เข้าตนและพวก เป็นต้น และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตของหน่วยงานราชการประสบความสำเร็จ ป.ป.ช.จึงบูรณาการระหว่างหน่วยงาน องค์กรอิสระต่างๆ รวมถึง วธ. ร่วมกันกำหนดแนวทางดำเนินการเพื่อให้การปฏิบัติงานของแต่ละองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการทำงานที่โปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล และประมวลจริยธรรม เปิดเผยข้อมูลมีมาตรการเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสการทุจริตที่สำคัญคือการสร้างจิตสำนึกความเป็นคนดี มีวินัย มีจิตอาสา และไม่สนับสนุนการทุจริตในกลุ่มเด็กและเยาวชน.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ