“อนุทิน” รณรงค์ “วันไข้เลือดออกอาเซียน” 15 มิ.ย. ยึดแนวคิด “หยุดไข้เลือดออก เริ่มต้นที่ตัวเรา” เผยสถิติในไทย ตั้งแต่ต้นปีมีผู้ป่วยแล้ว 16,924 ราย เสียชีวิต 11 ราย

วันที่ 14 มิ.ย. 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้มีข้อตกลงร่วมกันที่กำหนดให้วันที่ 15 มิ.ย. ของทุกปี เป็น “วันไข้เลือดออกอาเซียน” (ASEAN Dengue Day) เนื่องจากภูมิภาคอาเซียนเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ที่พบโรคไข้เลือดออก โดยจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพหลัก สำหรับปี 2020 นี้ เว้นปีประเทศเจ้าภาพ เนื่องจากเกิดสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ใช้แนวคิดเดิมของปีที่ผ่านมา “End Dengue : Starts with me” หรือ “หยุดไข้เลือดออก : เริ่มต้นที่ตัวเรา” และให้จัดกิจกรรมตามบริบทของแต่ละประเทศ เพราะมีปัญหาที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ จากข้อมูลการระบาดขององค์การอนามัยโลก Dengue Situation Update Number 594 (21 May 2020) พบว่า การระบาดในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกตะวันตก ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มีเพียงประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่มีรายงานจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วร้อยละ 5.6 และร้อยละ 23 ตามลำดับ ขณะที่ประเทศจีนมีรายงานจำนวนผู้ป่วยน้อยกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันถึงร้อยละ 65

สำหรับประเทศไทย จากรายงานสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงวันที่ 9 มิ.ย. 2563 มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสม 16,924 ราย (อัตราป่วย 25.53 ต่อแสนประชากร) มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 1,539 ราย น้อยกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน และมียอดผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 11 ราย

สำหรับในช่วง 4 สัปดาห์ล่าสุด (3-30 พฤษภาคม 2563) พบจังหวัดที่มีอัตราผู้ป่วยสูงสุด 10 อันดับแรก ดังนี้

1. ชัยภูมิ
2. ขอนแก่น
3. แม่ฮ่องสอน
4. ระยอง
5. บึงกาฬ
6. เลย
7. มหาสารคาม
8. จันทบุรี
9. ร้อยเอ็ด
10. เชียงราย

จากการพิจารณาพบว่า กระจายทั่วทุกภูมิภาค กลุ่มเสี่ยงของผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กนักเรียนอายุ 5-14 ปี โดยมีภาวะอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตจะเกิดจากการมีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิต โรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกิน รวมทั้งการได้รับยา Ibuprofen (ไอบูโพรเฟน) หรือยาฉีดแก้ปวด นอกจากนี้ ผลการสำรวจลูกน้ำยุงลายในปี 2563 พบว่า มีค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายสูงในทุกสถานที่ ทั้งชุมชน วัด โรงเรียน โรงพยาบาล และมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน

“แม้ว่าจะมีการป้องกันไข้เลือดออกด้วยการฉีดวัคซีนไข้เลือดออก แต่ราคาอาจยังสูงอยู่ วิธีการง่ายๆ คือ ทุกคนช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกยุงกัด ดูแลความสะอาดรอบบ้าน ทั้งการจัดบ้านให้โปร่งโล่ง เปลี่ยนถ่ายน้ำในภาชนะที่มีน้ำขังทุก 7 วัน ปิดฝาภาชนะใส่น้ำ หรือใช้สารเคมีกำจัดลูกน้ำไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย”

ทางด้าน นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อซึ่งระบาดในเขตร้อนที่เกิดจากเชื้อไวรัสอีกชนิดหนึ่งชื่อว่า เดงกี มี 4 สายพันธุ์ แต่ละปีมีการระบาดของแต่ละสายพันธุ์แตกต่างกันทำให้เมื่อผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อไปแล้วและได้เชื้อสายพันธุ์อื่นอาจเกิดอาการรุนแรงได้ โดยทั่วไปอาการจะเริ่มจากมีไข้สูงและอาจสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และมีผื่นแดงลักษณะคล้ายผื่นของโรคหัด และหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง จะทำให้มีเลือดออกง่าย มีเกล็ดเลือดต่ำ และมีการรั่วของพลาสมาหรือรุนแรงมากขึ้น เป็นกลุ่มอาการไข้เลือดออกช็อก ซึ่งมีความดันโลหิตต่ำอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ