“ปิยบุตร” โพสต์เฟซฯ ซัด รัฐบาล หยุดคุกคามเสรีภาพ ส่ง จนท.ฝ่ายความมั่นคง ติดตามไปทุกที่ ยัน แม้ตนจะถูกศาล รธน.ตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปี แต่ก็ยังเป็นพลเมืองไทย รักชาติ รักประชาธิปไตย

วันที่ 16 มิ.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul ยืนยัน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถูก จนท.หน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาล ติดตามไปทุกที่ ตกลงแล้วคำว่า “ความมั่นคง” ในความคิดของรัฐบาล คืออะไรกันแน่ ความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐบาลเท่านั้น? 

แม้ผมจะถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี แต่ผมก็ยังคงเป็นพลเมืองไทย รักชาติ รักประชาธิปไตย อยากให้สังคมไทยก้าวหน้า เปลี่ยนแปลงให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ หยุดคุกคามเสรีภาพและความเป็นอยู่ส่วนตัวของคณะก้าวหน้าและทีมงานของเราได้แล้ว

สัปดาห์นี้ผมเดินทางมาเยี่ยมเยือนทีมงาน #คณะก้าวหน้า พูดคุยกันแบบวงเล็กๆ ในหลายจังหวัดภาคอีสาน

แต่เมี่อหน่วยงานความมั่นคงทราบก็ได้ส่ง ตำรวจสันติบาล-เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ติดตามผมตั้งแต่จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร ตามผมไปทุกที่ ตั้งแต่สำนักงาน ตลาด ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก และพยายามสอบถามเส้นทางการเดินทาง ตารางงาน ร้านอาหารที่จะไป โรงแรมที่จะอยู่ จากทีมงานตลอดทาง ถ่ายภาพผู้ที่มาพูดคุยกับผม พร้อมทั้งป้ายทะเบียนรถที่ใช้เดินทางมาด้วย

ผมเห็นใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน และเข้าใจดีว่าเป็นการปฏิบัติงานตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

คำถามคือเหตุใดผู้บังคับบัญชาจึงต้องมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามผมตลอดทาง? การเดินทางมาพบปะพูดคุย ขอบคุณ และให้กำลังใจทีมงานของคณะก้าวหน้า ซึ่งหลายคนเป็นทีมงานมาตั้งแต่ #พรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติหรือ? และมีคำสั่งให้ติดตามนักการเมืองทุกคนแบบเดียวกับผมหรือไม่?

ตกลงแล้วคำว่า “ความมั่นคง” ในความคิดของรัฐบาล คืออะไรกันแน่ ความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐบาลเท่านั้น?

ผมยืนยันว่า แม้ผมจะถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี แต่ผมก็ยังคงเป็นพลเมืองไทย รักชาติ รักประชาธิปไตย อยากให้สังคมไทยก้าวหน้า เปลี่ยนแปลงให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ หยุดคุกคามเสรีภาพและความเป็นอยู่ส่วนตัวของคณะก้าวหน้าและทีมงานของเราได้แล้ว

ผมหวังว่าเมื่อผมออกจากพื้นที่ไปแล้ว จะไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปคุกคาม-ติดตามทีมงานที่อยู่ในพื้นที่อีก

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ