ให้สิทธิ ‘ลุงป้อม’ เป็นคนเลือกเอง สิระ-ไผ่ด่ากันเละ

“วิษณุ” กลับลำมีงบฯจัดเลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว “บิ๊กป้อม” พร้อมลุยสนามท้องถิ่น “องอาจ” ตอก “วิษณุ” อ้างมั่วซั่วไม่มีงบฯ แค่อยากกุมอำนาจเบ็ดเสร็จไว้ในมือ อย่ายึดอำนาจประชาชนเป็นของตัวเอง “รัชฎาภรณ์” เหน็บ “วิษณุ” มียางอายหรือไม่ หรือแค่อยากสืบทอดอำนาจรวมศูนย์เท่านั้น พท.ให้รีบเปิดสนามพร้อมเต็มที่แล้ว “ศรีฯ” ขู่ ครม.-กกต.ขืนประวิงเวลาเจอสอยทั้งคณะ คณะก้าวหน้าพร้อมส่งคนชิงเก้าอี้ท้องถิ่น แต่พรรคก้าวไกลมุ่งเน้นงานในสภา ศึกใน พปชร.เดือดอีก “ไผ่” ระเบิดใส่ “สิระ” “บ้าหรือเปล่า” แย้ม “ลุงป้อม” นอนมาใสๆ แถมให้สิทธิจิ้มแม่บ้านคนใหม่ ชื่อ “เสี่ยแฮงค์-สันติ” ตีคู่สุดสูสี

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยืนยันว่าจะพยายามจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นให้ได้สักอย่างในปีนี้ หลังเกิดปัญหาด้านงบประมาณที่นำไปใช้แก้ปัญหาโควิดนั้น ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคฝ่ายค้าน กดดันให้รัฐบาลเร่งคืนอำนาจแก่ประชาชน

“บิ๊กป้อม” พร้อมลุยสนามท้องถิ่น

เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีระบุว่าปลายปี 2563 อาจมีแนวโน้มเลือกตั้งท้องถิ่นบางประเภทก่อนว่า ยังไม่รู้ ยังไม่ได้คุยกับนายกฯ ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคพปชร.มีความพร้อมมากแค่ไหนหากมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น พล.อ.ประวิตรตอบว่า ถ้าถามตนส่วนตัวพร้อม ส่วนของพรรคพร้อมหรือไม่ต้องไปถามพรรค เมื่อถามย้ำว่า พรรคเตรียมบุคคลที่จะลงเลือกตั้งท้องถิ่นไว้พร้อมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ต้องประชุมพรรคก่อน ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 ถ้าส่งเราก็ต้องมั่นใจ จะชนะหรือไม่อยู่ที่ประชาชน

ไม่ไปประชุมเลือก กก.บห.ชุดใหม่

เมื่อถามว่า วันที่ 19 มิ.ย. ที่จะมีการประชุมกรรมการบริหาร พปชร.ชุดรักษาการ เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคจะไปทำไม และไม่ต้องไปสังเกตการณ์หรอก เขาเรียบร้อยดี เมื่อถามอีกว่า ซ้อมรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ยังไม่รู้เลย จะไปรู้ได้ยังไง ก็ต้องแล้วแต่สมาชิกพรรคเขา” เมื่อถามย้ำว่า สมาชิกพรรคส่วนใหญ่ออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุน พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประวิตรตอบว่า แล้วคนที่ไม่ให้สัมภาษณ์ก็ไม่สนับสนุนไง

“วิษณุ” กลับลำมีงบประมาณแล้ว

ต่อมานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม. ถึงปมปัญหางบ ประมาณจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ตนไม่ทราบ แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดูแล้ว ยังไม่ได้หารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในเรื่องนี้ เมื่อถามว่า ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 มีเรื่องงบเลือกตั้งท้องถิ่นด้วยหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “มีครับ” เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันว่ามีงบจัดเลือกตั้งท้องถิ่น นายวิษณุตอบว่า “มีครับ”

“บิ๊กตู่” งดจ้อนักข่าวหลัง ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามปกติ แต่หลังการประชุมนายกฯได้แจ้งผ่านคนใกล้ชิดงดการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน พร้อมระบุว่าเรื่องที่จะชี้แจงได้ตอบคำถามสื่อมวลชนไปหมดแล้ว ขณะที่คำถามของผู้สื่อข่าวที่ส่งไปล่วงหน้า อาทิ กระแสข่าวการทาบทามบุคคลภายนอกมาเสริมทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร กระแสข่าวการปรับ ครม.ในช่วงเดือน ก.ค. รวมทั้งการสวมแหวนพญาครุฑแก้เคล็ด และการเลือกตั้งท้องถิ่น เป็นต้น

“องอาจ” ตอกอ้างมั่วซั่วไม่มีเงิน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยอมรับว่าการจัดเลือกตั้งท้องถิ่นมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะถูกโยกมาใช้แก้ปัญหาโควิด-19 ว่า การอ้างไม่มีงบประมาณเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น ที่อ้างว่าต้องเอางบประมาณไปแก้ปัญหาโควิด-19 ยิ่งตลกเข้าไปใหญ่ เพราะมี พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ มีงบประมาณมาใช้จ่ายในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว และยังมี พ.ร.บ.โอนงบประมาณอีกส่วนหนึ่งมาใช้จ่ายด้วย การอ้างว่าไม่มีงบประมาณน่าจะเกิดจากทัศนคติของผู้มีอำนาจที่คุมท้องถิ่นไว้ในมือมานานหลายปีจนไม่อยากให้อำนาจที่มีอยู่หลุดลอยไป รัฐบาลควรคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งท้องถิ่นได้แล้ว ไม่ควรมีข้ออ้างใดๆมาถ่วงเวลาไม่ให้ประชาชนใช้สิทธิใช้เสียงของตนเองตามระบอบประชาธิปไตยในการกำหนดการบริหารจัดการท้องถิ่นด้วยมือของตนเอง

ยึดอำนาจ ปชช.เป็นของตัวเอง

นายองอาจกล่าวต่อว่า มาถึงวันนี้ กกต.ยืนยันชัดเจนว่าพร้อม ระเบียบต่างๆดำเนินการเสร็จแล้ว กกต.ได้รับการจัดสรรงบที่ใช้ในการกำกับดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่น 800 ล้านบาท เมื่อ กกต.ประกาศชัดเจน รัฐบาลจึงไม่ควรหวงอำนาจของประชาชนไว้เป็นอำนาจของตนเอง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดไทม์ไลน์ของการเลือกตั้งท้องถิ่นให้ชัดเจนว่าจะเลือกตั้งท้องถิ่นรูปแบบต่างๆเมื่อไหร่ อย่างไร เพื่อให้ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม อันเป็นการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองในระดับฐานรากอย่างแท้จริงต่อไป

เหน็บ “วิษณุ” มียางอายหรือไม่

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า สิ่งที่ กกต.ยืนยันความพร้อมนี้สวนทางกับที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ อ้างว่าไม่มีงบประมาณ ถามว่านายวิษณุอาย กกต.หรือไม่ หรืออยากสืบทอดอำนาจโดยการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง สวนกระแสโลกจนลืมหลักการกระจายอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย แค่อาศัยช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเลือกผู้นำท้องถิ่นกันใหม่ น่าละอายเมื่อหลักการกระจายอำนาจถูกบิดเบือนด้วยนักกฎหมายชั้นครู จน กกต.ต้องออกมายืนยันบอกว่ามีงบประมาณพอ ไม่มีปัญหา รอแค่ให้รัฐบาลประกาศเท่านั้น ถามว่าเมื่อทราบเช่นนี้แล้วรัฐบาลกล้าประกาศให้จัดเลือกตั้งในส่วนท้องถิ่นหรือไม่ และหากติดขัดเรื่องงบสามารถทยอยประกาศให้มีการเลือกในแต่ละระดับได้ เช่น แยกให้พื้นที่ปกครองลักษณะพิเศษ อาทิ กทม. เมืองพัทยา หรือในระดับ อบจ. เทศบาล และ อบต. ไล่เรียงตามความสำคัญก็ได้ แต่ไม่ใช่การประกาศเหมาปิดทางเช่นนี้

พท.ให้รีบเปิดสนามพร้อมเต็มที่

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ประกาศว่าจะพยายามจัดเลือกตั้งระดับท้องถิ่นให้ได้สักอย่างภายในปีนี้นั้น ในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับ เพราะเป็นพรรคการเมืองที่มี ส.ส.เขต และผู้ปฏิบัติงานทางการเมืองทำงานรับใช้ประชาชนในทุกจังหวัดมากที่สุด ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับใดเมื่อไหร่เราก็พร้อม เพราะทุกคนทำงานในพื้นที่ต่อเนื่องอยู่แล้ว และมองว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นควรจัดมานานแล้ว หลังมีเสียงสะท้อนปัญหาจากประชาชน พบว่า รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นได้ตรงจุด เพราะนำโครงสร้างการบริหารแบบรัฐราชการมาใช้ ขาด ความเข้าใจรากเง้าของปัญหาที่แท้จริง ตั้งแต่หลังการรัฐประหารมาการพัฒนาท้องถิ่นทั่วประเทศต้องหยุดชะงัก ชาวบ้านเดือดร้อนไม่มีใครแก้ปัญหาให้ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลรีบจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นโดยเร็ว

จี้นายกฯเคลียร์ให้ชัดวันปล่อยผี

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เห็นประโยชน์ที่นายวิษณุจะหาข้ออ้างหลบหลังโควิดเพื่อช่วยรัฐบาล ขนาด กกต.ยังไม่ไว้หน้ารัฐบาลเลย ยืนยันว่ามีงบอยู่ 800 ล้านบาทพร้อมจัดเลือกตั้งท้องถิ่นทันที รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนถึงหลักการกระจายอำนาจการปกครอง ให้ท้องถิ่นได้บริหารตนเองเพื่อประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง การที่รัฐบาลยื้อเอาไว้เท่ากับแช่แข็งท้องถิ่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ทำให้ท้องถิ่นอ่อนแอ จงใจใช้ท้องถิ่นเป็นเพียงแขนขามหาดไทย ทั้งที่ในสถานการณ์โควิดท้องถิ่นถือว่ามีบทบาทสูงทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ การเลือกตั้งท้องถิ่นจะช่วยเปิดรูระบายทางการเมือง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง นายกฯควรพูดให้ชัดว่าจะจัดเลือกตั้งได้เมื่อไหร่ อย่าทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส

“ศรีฯ” ขู่สอย ครม.-กกต.ประวิงเวลา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลพยายามประวิงเวลาเลื่อนการเลือกตั้งท้องถิ่น ชี้ให้เห็นว่าข้ออ้างที่มักนำมาอ้างว่ามาจากการเลือกตั้งของประชาชน และส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้น ไม่จริง เป็นแค่ความพยายามยื้ออำนาจที่ครอบงำไว้เบ็ดเสร็จโดยไม่มีกำหนด ทั้งที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 252 ปล่อยให้ผู้บริหารท้องถิ่นครองอำนาจเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมากกว่า 7-8 ปี บางแห่งให้ข้าราชการประจำมารักษาการตำแหน่งผู้บริหารมากกว่า 5-6 ปีแล้ว ขณะนี้ กกต.ออกระเบียบการเลือกตั้งเสร็จนานแล้ว แต่ กกต.กลับเงียบเฉยไม่ส่งสัญญาณไปยัง ครม.แจ้งให้ทราบถึงความพร้อมดังกล่าว รวมทั้งยังมีงบประมาณสำรองกว่า 800 ล้านบาทแล้วด้วยแต่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาเฉไฉ ดังนั้นในวันที่ 17 มิ.ย. จะไปยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้เร่งแจ้งไปยัง ครม.ให้ประกาศจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศภายในเดือน ต.ค.นี้ หากยังร่วมกันประวิงเวลา จะนำหลักฐานไปฟ้องศาลเอาผิด ครม. และ กกต.ทั้งคณะแน่นอน

คณะก้าวหน้าส่งคนชิงเก้าอี้ท้องถิ่น

นายปิยบุตร แสงกนกกุล กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กเดอะอีสานเรคคอร์ด ถึงแนวทางการผลักดันเรื่องการกระจาย อำนาจ ว่า ไม่รู้ว่าพรรคก้าวไกลจะเดินอย่างไรต่อ แต่เขาบอกว่าจะสืบสานปณิธานพรรคอนาคตใหม่ สำหรับตนจะรณรงค์ต่อในนามคณะก้าวหน้าทำเรื่องการกระจายอำนาจ คนจำนวนมากมักบอกว่าไม่เอาหรอกให้อำนาจไปอยู่ที่ท้องถิ่น เพราะเรามีมายาคติชุดความคิดที่ว่าคอร์รัปชัน เลือกตั้งโกง เลือกตั้งท้องถิ่นเท่ากับมาเฟียท้องถิ่น เลือกตั้งท้องถิ่นได้แต่ตระกูลการเมืองท้องถิ่น ดังนั้น ต้องเปลี่ยนวิธีคิดตรงนี้ด้วยว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้หมายความว่าคอร์รัปชัน การเลือกตั้งท้องถิ่นอาจหมายความว่าทำสิ่งดีๆให้กับพื้นที่ที่เขาต้องการได้เอง ดังนั้น คณะก้าวหน้าตั้งใจจะรณรงค์เรื่องนี้ และพร้อมจะส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในนามคณะก้าวหน้า อาทิ นายก อบจ.

แต่พรรคก้าวไกลเน้นงานในสภา

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลกับคณะก้าวหน้า คืออดีตพรรคอนาคตใหม่ด้วยกัน งานในสภาเป็นเรื่องของพรรคก้าวไกล เราเน้นการทำงานในสภาเป็นหลัก พรรคก้าวไกลจะไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่น ส่วนคณะก้าวหน้าคงเป็นการส่งลงสมัครในนามอิสระ เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ต้องสังกัดพรรค แต่อาจมีอดีตผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่ไปลงสมัครด้วย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้เชิญนายกฯมาชี้แจงความคืบหน้ากรณีการจัดเลือกตั้งท้องถิ่นในวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมาเชิญทุกหน่วยงานมาชี้แจงหมดแล้ว กฎหมายให้อำนาจ ครม.ในเรื่องนี้ แต่การตอบคำถามของคนในรัฐบาลไม่เป็นเอกภาพ เป็นไปคนละทิศละทาง คำตอบจึงอยู่ที่นายกฯว่าต้องการให้มีเลือกตั้งท้องถิ่นจริงหรือไม่

“สนธิรัตน์” เมินหนุน “ประวิตร”

ช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และรักษาการเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมรักษาการกรรมการบริหารพรรควันที่ 19 มิ.ย. ว่า เป็นการประชุมเพื่อเตรียมประชุมใหญ่สามัญประจำปี เช่น วาระการประชุม สถานที่ รายละเอียดต่างๆ เมื่อถามว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบเพียงว่า แล้วแต่ที่ประชุม รวมถึงตำแหน่งเลขาธิการพรรค และหัวหน้าพรรคเช่นกัน ขณะที่สัดส่วนกรรมการบริหารพรรคเป็นเรื่องที่ต้องหารือกันอีกที เมื่อถามว่ามีการวางตัวกรรมการบริหารพรรคไว้แล้วหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบกลับว่า “เนี่ย ชอบคาดเดากันไปล่วงหน้า”

“เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ”

เมื่อถามว่าหากไม่ได้เป็น กก.บห.พปชร.ต่อ จะไปตั้งกลุ่มใหม่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า อย่าเพิ่งคาดเดาหรือคิดไปล่วงหน้า “ขอให้เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ” เมื่อถามถึงประเด็นมีการล่ารายชื่อถอดถอนนายสนธิรัตน์ ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค นายสนธิรัตน์ตอบว่า ยังไม่ได้คุยกับใคร และไม่ได้คุยว่าจะมีชื่อตนเองอยู่ใน กก.บห.ชุดใหม่ด้วยหรือไม่ เมื่อถามว่าการปรับเปลี่ยน กก.บห.จะส่งผลต่อการปรับ ครม.หรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า เป็นเรื่องของนายกฯ อย่าเพิ่งไปคาดเดาล่วงหน้า

“ไผ่” เดือดใส่ “สิระ” บ้าหรือเปล่า

ต่อมาช่วงบ่ายที่ศูนย์ประชุมพรรคพลังประชารัฐ มีการประชุม ส.ส.พรรคประจำสัปดาห์ มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รักษาการรองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรค และนายสุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส. ร่วมเป็นประธานการประชุม ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง รักษาการหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน รักษาการเลขาธิการพรรค ยังคงไม่เข้าร่วมประชุมเหมือนเดิม ทั้งนี้ การประชุมได้เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย ระหว่างที่รอสื่อมวลชนเก็บภาพบรรยากาศการประชุม นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. ได้ลุกขึ้น

หารือพร้อมเสนอว่า ให้เพิ่มคุณสมบัติ

ผู้สมัคร กก.บห.ชุดใหม่ อย่าให้ผู้ที่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้ามาดำรงตำแหน่ง ทำให้นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย ตะโกนสวนขึ้นมาอย่างไม่พอใจว่า “บ้าหรือเปล่า” ถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ทำให้ ส.ส.ในห้องประชุมเกิดอาการงงกับเหตุการณ์ จนนายไพบูลย์ต้องรีบตัดบทว่าสิ่งที่นายสิระเสนอไม่ได้อยู่ในวาระประชุม และเชิญสื่อออกจากห้องประชุม

รอ “ลุงป้อม” จิ้มแม่บ้านคนใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมรักษาการ กก.บห.พปชร.วันที่ 19 มิ.ย. จะพิจารณาวาระแก้ไขข้อบังคับพรรคใหม่ ก่อนนำไปสู่การประชุมใหญ่สามัญในวันที่ 3 ก.ค. ทั้งนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เป็นหัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรค ล่าสุดแคนดิเดตยังมี 2 คน คือ นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท แกนนำกลุ่มสามมิตร ที่ช่วงหลังมีความสนิทสนมเป็นเหมือนมือขวา พล.อ.ประวิตร ตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์ มีนายอนุชาเป็นรองประธานยุทธศาสตร์ อีกคนคือนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ช่วงหลังเริ่มใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร มีกลุ่มนายวิรัช และนายสุชาติ สนับสนุน โดยทั้งคู่ถือว่ามีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประวิตรจะตัดสินใจเลือกใครด้วยเหตุผลใด เข้ามาทำภารกิจใด

“อู๊ดด้า” ไม่ติดใจลูกพรรคปันใจ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม ส.ส.พรรค มีนายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุม โดยมี ส.ส. รวมถึงผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเข้าร่วม ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นการประชุม ส.ส.ปกติ ที่นัดผู้ช่วยฯ ที่ปรึกษาฯ และเลขานุการรัฐมนตรี เข้าร่วมเพื่อให้ทุกคนตระหนักภารกิจนอกจากดูแลงานในกระทรวงแล้ว ต้องดูแลเรื่องที่ประชาชนฝากผ่าน ส.ส.มาให้บรรลุผลด้วย เมื่อถามถึงกรณีมี ส.ส.พรรคไปรับประทานอาหารกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ตอบว่า คงไม่สอบถามอะไร ไม่มีอะไรติดใจ ส.ส.เขามีเพื่อนข้ามพรรคได้ ทุกคนมีสิทธิพบปะหารือทานข้าวด้วยกันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่คิดว่าเป็นประเด็นขึ้นมาโดยไม่จำเป็น

ย้ำโมเดล พปชร.ใช้กับ ปชป.ไม่ได้

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสข่าวมีการล่ารายชื่อกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคให้ได้เกินครึ่ง เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐนั้น เป็นคนละพรรคกัน จะใช้โมเดลเดียวกันคงไม่ได้ แต่ละพรรคมีที่มาที่ไป มีฐานราก มีความแตกต่างกัน เรายังเป็นประชาธิปัตย์ ไม่ได้แปลว่าถ้าพรรคหนึ่งมีปรากฏการณ์อย่างหนึ่ง พรรคเราต้องเป็นอย่างนั้นด้วย มองว่าเป็นเพียงกระแสข่าว ข้อเท็จจริงยังไม่มีอะไร และการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างเลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรค กับสมาชิกพรรคยังมีอยู่ เพียงแต่อาจขาดช่วงไปบ้างในช่วงโควิด-19 แต่เปิดสมัยประชุมสภาฯมาคงเจอกันมากขึ้น และตนลงมาพบปะสมาชิกพรรคสม่ำเสมอ บริหารจัดการพรรค ดูแลลูกพรรคทุกหนทุกแห่ง เตรียมนัดประชุม กก.บห.พรรค วันที่ 29 มิ.ย. และวันที่ 6 ก.ค. นัดประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ขอย้ำว่าในที่ประชุมสมาชิกพรรคสามารถแสดงความเห็นได้ ทุกคนมีสิทธิแสดงความเห็น

“อันวาร์” ปัดล่าชื่อ กก.บห.กดดัน

นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปฏิเสธข่าวมีการรวบรวมรายชื่อ กก.บห. เพื่อให้มีการเปลี่ยนคณะผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ยังอยากให้มีการประชุมใหญ่รับฟังความเห็นสมาชิกพรรค แต่เชื่อว่าน่าจะได้รับคำตอบเดิมว่ายังติดสถานการณ์โควิด-19

เบรกนายกฯหยุดข่มขู่นิสิต-นศ.

น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวว่า การออกมาเตือนนิสิต นักศึกษา ต่อการเคลื่อนไหวต่างๆ อาจทำให้หมดอนาคตได้นั้น เป็นวิธีคิดที่ค่อนข้างเป็นปัญหา และแย่มากๆ ชัดเจนว่าเป็นการข่มขู่นิสิต นักศึกษา รวมถึงคนรุ่นใหม่มากกว่าตักเตือนด้วยความเป็นห่วง ประเด็นนี้หากเป็นประชาชนทั่วไปพูดว่าไปอย่าง แต่นี่ผู้พูดเป็นถึงผู้นำประเทศ แต่กลับสร้างบรรยากาศกีดกันเยาวชนคนรุ่นใหม่ ผลักให้สังคมมองแบบเหมารวมว่าผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเป็นคนไม่ดี และยังดูแคลนความคิดคนรุ่นใหม่ว่าถูกชักจูงง่าย ทั้งที่นิสิต นักศึกษาคือกลุ่มคนที่มีความคิดเป็นของตนเอง มีคุณค่าในตัวเอง พิจารณาเองได้ว่าอะไรผิดอะไรถูก พล.อ.ประยุทธ์ต้องหยุดส่งสัญญาณข่มขู่นิสิต นักศึกษา แต่ควรเปิดใจรับฟังดีกว่า

ครม.ตั้งงบฯ ปี 64 วงเงิน 3.3 ลล.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วงเงิน 3,300,000 ล้านบาท เตรียมเสนอสภาผู้แทน ราษฎรพิจารณา จำแนกตามกลุ่มงบฯกลาง 614,616.2 ล้านบาท งบฯหน่วยงาน 1,135,182 ล้านบาท งบฯบูรณาการ 257,877.9 ล้านบาท งบฯบุคลากร 776,887.7 ล้านบาท งบฯทุนหมุนเวียน 221,981.9 ล้านบาท และงบฯชำระหนี้ภาครัฐ 293,454.3 ล้านบาท และเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ จำนวน 64 คน โดยให้นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง รวมสัดส่วนของ ครม.ไม่เกิน 16 คน กมธ.สัดส่วนพรรคการเมือง 48 คน แบ่งเป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 27 คน และ ส.ส.ฝ่ายค้าน 21 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นการจัดงบฯขาดดุลต่อเนื่องของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และงบฯปี 64 จำนวน 3.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบฯปี 63 ที่ตั้งไว้ 3.2 ล้านล้านบาท อยู่ 1 แสนล้านบาท และเป็นที่น่าสังเกตว่ามีการจัดงบฯกลางไว้สูงถึง 6.14 แสนล้านบาท

ยัน CPTPP ไร้ประโยชน์ไม่ร่วม

นางนฤมลกล่าวอีกว่า นายกฯยังแจ้งให้ที่ประชุม ครม.ทราบถึงการลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงคมนาคมแก้ปัญหาเกษตรกรชาวสวนยางพาราในการต่อยอดและเพิ่มมูลค่าผลผลิตยางพารา ส่วนความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) นายกฯย้ำว่ารัฐบาลจะเจรจาเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน หากเจรจาไม่ได้ผลตามที่ต้องการไม่ลงนามแน่นอน ขออย่ากังวล

แก้สเปกห้าม ส.ส.เป็น ผช.รมต.

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ต้องไม่เป็น ส.ส. และไม่เป็นผู้ต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

“หม่อมเต่า” ไขก๊อก รปช.ไม่ผ่านโปรฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรครปช. มีการแสดงความเห็นอย่างกว้างขวางถึงบทบาทการทำงานของ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รปช. โดยที่ประชุมมีมติว่าการทำงานของ ม.ร.ว.จัตุมงคล ไม่ผ่านการประเมิน เนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาผู้ใช้แรงงานโดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีผู้ใช้แรงงานในระบบตกงานนับล้านคนได้อย่างทันท่วงที ทำให้กระทรวงแรงงานและพรรคถูกโจมตี โดยเฉพาะสำนักงานประกันสังคม ที่ทำงานล่าช้าไม่ตอบโจทย์การจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตน จำนวน 1.3 ล้านคน ทั้งนี้ ม.ร.ว.จัตุมงคล ได้มอบหมายให้คนสนิทยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค รปช.เพียงตำแหน่งเดียวแล้ว

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ