“น้องดาว” สาว ม.6 นางรำโรงเรียนดังกาญจนบุรี ดับปริศนา หลังแก๊งเพื่อนชายคนสนิทชวนขึ้นรถออกไปกินเหล้าที่บ้านญาติกลางดึก ตำรวจเรียกสอบ 6 คนในปาร์ตี้มรณะ ส่งตรวจหาฉี่ม่วง รอผลชันสูตรศพอย่างเป็นทางการ ขณะที่พ่อแม่เชื่อลูกสาวถูกมอมยาจนช็อก

จากกรณีพบศพ “น้องดาว” อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดกาญจนบุรี เสียชีวิตปริศนาอยู่ที่บ้านญาติของเพื่อนชายคนสนิท บ้านเลขที่ 14 หมู่ 4 ต.รางสาลี่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา เบื้องต้นพ่อแม่สงสัยสาเหตุการเสียชีวิต เชื่อว่าลูกสาวอาจจะถูกมอมยาจนช็อกเสียชีวิต โดยสภาพศพมีคราบเลือดออกจากปากและจมูกนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2563 พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้เรียกประชุมชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี และชุดสืบสวน สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง ที่ ศปก.สภ.ท่าม่วง โดยได้รับรายงานว่า การสอบสวนคืบหน้าไปมาก สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง 8 ปาก คือ พ่อและแม่ของน้องดาว, นายพงษ์พัฒน์ นักเพียร อายุ 22 ปี เพื่อนชายคนสนิทที่พบศพคนแรก, ญาตินายพงษ์พัฒน์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ, นายเต๋า อายุ 21 ปี เพื่อนนายพงษ์พัฒน์ ที่เป็นคนขับรถเก๋งสีดำไปรับตัวผู้ตายออกมาจากบ้าน เวลาประมาณ 22.00 น. คืนวันที่ 16 มิ.ย. และร่วมดื่มสังสรรค์กับนายพงษ์พัฒน์ กับผู้ตายและเพื่อนอื่นรวม 6 คน ที่บ้านใกล้ที่เกิดเหตุ, นายธี เพื่อนนายพงษ์พัฒน์และนายเต๋าที่ร่วมนั่งรถเก๋งสีดำไปรับผู้ตายที่บ้าน และอีก 2 คนคือ เยาวชนหญิง อายุ 17 ปี ที่ร่วมดื่มกินกับผู้ตายในวันก่อนเกิดเหตุ โดยพยานทุกปากให้การเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนมาก

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาญจนบุรีได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ตรวจเก็บดีเอ็นเอ ส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โดยเบื้องต้นลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว และยังได้เก็บตัวอย่างปัสสาวะของผู้ที่เกี่ยวข้องไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 (สมุทรสงคราม) เพื่อตรวจหาสารเสพติด และยืนยันผลต่อพนักงานสอบสวน เพื่อนำมารวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนสอบสวนต่อไป

หลักการประชุม พ.ต.อ.สุชาย เทสัชบุตร ผกก.สภ.ท่าม่วง กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำคดีอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างแน่นอน

ส่วนบรรยากาศที่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ 3 ต.กลอนโด อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของ น้องดาว พบ นายมานพ (ขอสงวนนามสกุล) พ่อของน้องดาวรอรับพวงหรีดของ ดร.ณรินทร์ ชำนาญดู ผอ.รร.กาญจนานุเคราะห์ ที่นำมาร่วมไว้อาลัย พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า น้องดาว เป็นนักเรียน ม.6 ที่เก่งการรำ แต่หยุดเรียนไปตั้งแต่เทอม 2 ตอนนี้เลยพักการเรียนไว้ก่อน

ส่วน นายมานพ เปิดเผยว่า ตนเสียใจมากที่สูญเสียลูกสาว ตอนนี้รอผลการชันสูตรอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง โดยก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา มีเพื่อนชายของน้องดาว ได้ขับรถยนต์มารับน้องดาวออกไปจากบ้าน ก่อนที่ทางครอบครัวจะไม่สามารถติดต่อกับน้องดาวได้อีก จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2563 จึงได้รับการติดต่อจากเพื่อนของน้องดาวว่า น้องดาว ถูกพบเป็นศพนอนเสียชีวิตอยู่ที่บ้านญาติของเพื่อนชาย ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลรางสาลี่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของน้องดาวประมาณ 10 กิโลเมตร

หลังทราบข่าว ทางตนและภรรยารีบเดินทางไปดูศพของลูกสาว และพบว่าน้องดาว นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนโซฟาไม้ ที่ตั้งอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว โดยมีคราบเลือดไหลออกจากปากและจมูก และตามเสื้อผ้าบริเวณหน้าอก แต่ที่บ้านหลังดังกล่าวกลับไม่พบเพื่อนชายของน้องดาว ซึ่งเป็นคนมารับน้องดาวออกไปจากบ้าน มีเพียงหญิงชรา ที่อ้างว่า เป็นย่าของเพื่อนชายน้องดาว ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พบศพของน้องดาวนอนเสียชีวิตอยู่บนโซฟาไม้ในช่วงเช้า โดยไม่ทราบว่าน้องดาวมานอนอยู่ที่โซฟาหน้าบ้านตั้งแต่ช่วงเวลาใด ขณะที่ตัวหลานชาย ซึ่งเป็นเพื่อนชายของน้องดาว กลับหายตัวไปและไม่ยอมมาพบ หรือให้ข้อมูลใดๆ กับพ่อแม่ของน้องดาว

โดยพ่อและแม่ของน้องดาว ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตามปกติ น้องดาวเป็นเด็กที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ อีกทั้งยังเป็นเด็กที่มีนิสัยร่าเริง และเป็นนางรำของโรงเรียน คอยออกงานสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่อง จึงไม่เชื่อว่าลูกสาวของตนจะป่วยเสียชีวิต และมีความเป็นไปได้ว่า น้องดาว อาจจะถูกเพื่อนชายและกลุ่มเพื่อนของเพื่อนชาย ล่อลวงด้วยการมอมยาเสพติด และน้องดาวอาจจะเกิดช็อกจากฤทธิ์ของยาเสพติด จึงถูกนำตัวมาทิ้งให้นอนเสียชีวิตอยู่ที่โซฟาหน้าบ้าน โดยไม่มีการนำไปส่งโรงพยาบาล ทิ้งให้ลูกสาวของตนต้องนอนเสียชีวิตอยู่ตามลำพังอย่างโหดร้าย

โดยหลังจากน้องดาวเสียชีวิต เมื่อคืนที่ผ่านมาพ่อแม่ของเพื่อนชายน้องดาว ได้มาฟังสวดศพ แต่ไม่มีการเจรจาพูดคุย

“ตนและภรรยาก็เป็นเพียงคนทำงานหาเช้ากินค่ำ ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย เกรงว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และลูกสาวของตนอาจจะต้องเสียชีวิตไป โดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนจึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยติดตามข่าวคราวการเสียชีวิตของลูกสาวตน ให้ได้ข้อเท็จจริงว่าลูกสาวตนเสียชีวิตจากเหตุใดกันแน่ ส่วนศพในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ จึงน่าจะประกอบพิธีเผาศพตามกำหนดการเดิม” พ่อน้องดาว กล่าวท้ายสุด

ด้าน น.ส.ดวงใจ อัมพบุตร อายุ 44 ปี เพื่อนบ้านตรงข้าม เป็นแม่ค้าร้านขายโชห่วยตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านน้องดาว เผยว่า คืนเกิดเหตุตนเห็นน้องดาวเดินข้ามถนนมา จึงถามว่า ดาวจะไปไหน สี่ทุ่มแล้วยังจะออกไปไหน เขาก็ตอบมาคำหนึ่งว่า จะไปกินเหล้ากับเพื่อน จึงถามกลับไปว่า บอกพ่อแม่หรือยัง พ่อแม่รู้ไหม เราก็เลยมองไปที่บ้านเค้า เห็นแม่เค้าเดินอาบน้ำอยู่ ก็เลยคิดว่าพ่อแม่เค้าคงรับรู้แล้วมั้ง ก็เลยไม่ได้ว่าอะไรเขา จากนั้นดาวก็เดินไปรอรถ แล้วประมาณ 10 นาที ก็มีรถเก๋งสีดำมาจอด ดาวเปิดประตูขึ้นไปนั่งที่ด้านหลังของรถเก๋ง เราก็เห็นว่าปกติดี และไม่ได้สังเกตป้ายทะเบียนรถอะไร แต่รู้ว่าเป็นรถเก๋งสีดำ

“ส่วนใหญ่จะเห็นดาวออกไปกลางวัน ไม่เคยเห็นออกไปตอนกลางคืน ส่วนนิสัยใจคอของเด็กเป็นคนร่าเริง ชอบเต้น ชอบรำ มีเพื่อนเยอะ ชอบเที่ยวกับเพื่อน เพื่อนไปไหนก็ไปกัน ไม่ค่อยกลัวอะไร พอรู้ข่าวว่าน้องเสียชีวิตก็ใจหายเหมือนกัน เพราะเคยเล่นเคยทักกันอยู่ทุกวันเป็นประจำ”

ขณะที่ 2 สาววัย 18 ปี สองพี่น้องฝาแฝด ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน และเพื่อนสมัยมัธยมต้น ประถมและอนุบาล กล่าวว่า ดาวจะเป็นคนมีนิสัยแรงๆ หน่อยนึง และจะมีความสามารถพิเศษเก่งทางด้านรำไทย รำสวย ก่อนเกิดเหตุดาวก็โทรมาชวนไปกินเหล้านอกบ้านอยู่ แต่ตนก็ปฏิเสธไปเนื่องจากอยู่คนละสถานที่ ประกอบกับฝนตกด้วย แล้วประมาณหนึ่งทุ่มก็ยังทักมาคุย ชวนออกไปกินเหล้า หลังจากวันรุ่งขึ้นเพื่อนโทรมาแจ้งว่าดาวเสียชีวิตแล้ว ก็รู้สึกตกใจมากและเสียใจมาก อยากกล่าวถึงคนที่ทำเพื่อนว่าให้ออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำด้วย และขอให้ตำรวจจับคนร้ายได้โดยเร็ว อยากรู้เหมือนกันว่าใครมาทำเพื่อนแบบนั้น

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ