ตำรวจ PCT รวบสาววัย 37 ปี เท้าแชร์สุดแสบทิ้งวงแชร์เชิดเงินหนี เผยชวนเล่นแชร์ทางไลน์ ในชื่อ “บ้านภคมนมั่งคั่งร่ำรวย” มูลค่าเสียหายรวมกว่า 480 ล้านบาท อีกคดีจับ 8 มือโพสต์เฟกนิวส์ไวรัสโควิด-19 เจ้าอาวาสทั่วราชอาณาจักร ขอความร่วมมือให้งดหรือเลื่อนการตาย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 มิ.ย.2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส.บช.ปส.ในฐานะหัวหน้าประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-Fake News Center แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ 2 คดี คดีแรกจับกุม น.ส.ภคมน บวรโชคทวี อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายแชร์ออนไลน์ “บ้านภคมนมั่งคั่งร่ำรวย” ตามหมายจับของศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.434/2563 ลงวันที่ 24 มิ.ย. ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และ กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” จับกุมได้ที่ ลานจอดรถถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ

พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่า มีกลุ่มผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนว่าได้ถูกหลอกให้ลงทุนแชร์ออนไลน์ ผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยใช้ชื่อ บ้านภคมนมั่งคั่งร่ำรวย เสนอให้ผลตอนแทนสูงถึงร้อยละ 30 การลงทุนไม่มีกำหนดขั้นต่ำ แต่สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อห้อง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงร่วมลงทุนแชร์ออนไลน์ ในตอนแรกได้รับผลตอบแทนตามที่ได้ตกลงไว้ แต่ต่อมามีการให้ผลตอบแทนไม่ตรงตามกำหนด และไม่ได้รับผลตอบแทนจนในที่สุดแชร์ล้ม ยังมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงเสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ เนื่องจากเท้าแชร์รับปากว่าจะนำเงินมาจ่ายคืนให้

นอกจากนี้ น.ส.ภคมน ยังมีการเล่นแชร์จ่ายรายวัน เสนอผลตอบแทนสูง เมื่อมีผู้สนใจลงทุนเล่นแชร์เต็ม 1 วง หรือที่เรียกว่า “ห้อง” ก็จะเปิดห้องแชร์ รับสมาชิกให้มาลงทุนใหม่เรื่อยๆ เฉลี่ยวันละ 1-3 ห้อง รวมแล้วมีวงแชร์ให้เลือกกว่า 70 ห้อง หากสมาชิก สามารถชักชวนบุคคลอื่นมาลงทุน หรือเล่นแชร์ กับ บ้านภคมนมั่งคั่งร่ำรวย จะมีการจ่ายค่าแนะนำสมาชิก 100-200 บาทต่อคน ทั้งนี้พบว่ามีประชาชน ผู้เสียหายที่ลงทุนในแชร์ออนไลน์นี้ กว่า 400 ราย ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 480 ล้านบาท จากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลดำเนินคดีและประสานงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตรวจสอบและติดตามทรัพย์สิน ของผู้ต้องหาที่ได้มาจากการกระทำความผิด มาคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป

อีกคดีแถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามผู้โพสต์ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน โดยสามารถดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและการใช้อำนาจตามกฎหมายอื่น รวมผลการปฏิบัติการ จำนวน 8 ราย ประกอบด้วย

นายจิรกร  ได้ใช้เฟซบุ๊ก “Jirakorn…” โพสต์เนื้อหา “พืชกระท่อมช่วยยับยั้งเชื้อไวรัส COVID-19 นายสมรัก ได้ใช้เฟซบุ๊ก “หลวงกุ๊ก…” โพสต์เนื้อหา “พืชกระท่อมช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 นายสุทธิพงษ์ ได้ใช้เฟซบุ๊ก “Suttipong…” โพสต์ว่า “คณะสงฆ์เจ้าอาวาสทั่วราชอาณาจักร ขอความร่วมมือให้งดหรือเลื่อนการตาย” นายณรงค์ฤทธิ์ ได้ใช้เฟซบุ๊ก “ณรงค์ฤทธิ์…” โพสต์ว่า “น้ำกระเจี๊ยบแดงเสริมระบบภูมิคุ้มกัน แข็งแรง ต้านโควิด-19” น.ส.ปรียา ได้ใช้เฟซบุ๊ก “Preeya…” โพสต์ว่า “น้ำกระชายต้านโควิด” นางศิริกาญจน์ ได้ใช้เฟซบุ๊ก “กัญ…” โพสต์ว่า “น้ำมันกัญชาสามารถป้องกันไวรัส COVID19” นายพากเพียร ได้ใช้เฟซบุ๊ก “Pakpean…” โพสต์ว่า “น้ำมันกัญชาสามารถป้องกันไวรัส COVID19” และ น.ส.จันทร์จิรา ได้ใช้เฟสบุ๊ก “ไอ…” โพสต์ว่า “รัฐหลอกให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา เพื่อจะเรียก เก็บภาษี” ซึ่งการโพสต์ทั้งหมดเป็นข่าวปลอม

เบื้องต้น ผู้ที่โพสต์ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง และรับทราบเข้าใจถึงข้อกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ตารวจแจ้งให้ทราบแล้ว และได้ทำการลบโพสต์ดังกล่าวด้วยความสมัครใจของตนเอง และรับปากว่าจะไม่โพสต์ข้อความที่เป็นข่าวปลอม บิดเบือน ในลักษณะดังกล่าวนี้อีก

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ