“ป่าไม้ไทรโยค” สนธิกำลัง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตามจับแก๊งมอดไม้แสบ แอบลักตัดไม้หวงห้ามในป่าสงวน ยึดของกลาง 22 ท่อน ทั้งไม้มะหาด ไม้ประดู่ ไม้คาง ไม้ตะเคียนหนู รวบเจ้าอาวาสวัดหนองปลาซิว ตัวสั่งการ อ้างนำไปสร้างซุ้มประตูวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายไพโรจน์ เขียวแก้ว เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ 19 (บ้องตี้) นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.19 (บ้องตี้) ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.1 (ท่าเสา) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า มว.ลว.ที่ 3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 136 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.ภ.7)

ได้ร่วมกันนำกำลังออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ เนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีเจ้าอาวาสวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้ให้กลุ่มคนเข้าไปตัดโค่นไม้ในป่าบ้านทุ่งฉาง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่ และป่าแม่น้ำน้อย ท้องที่ หมู่ 4 ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

ทั้งนี้ตามที่ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีแต่ไม่ประสงค์ออกนาม แจ้งว่ามีพระจากวัดหนองปลาซิว ชื่อพระอาจารย์ดำ ได้ให้กลุ่มคนเข้าไปลักลอบตัดโค่นไม้ในป่าบ้านทุ่งฉาง คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าวตามที่ได้รับแจ้ง

ผลปรากฏว่าตรวจพบการลักลอบเข้าไปตัดต้นไม้อยู่ จำนวน 3 จุด จุดที่ 1 พิกัด 47 P 0503593 E 1549441 N พบไม้ท่อนถูกชักลากลงมาจากบนเขา จำนวน 1 ท่อน เพื่อรอการขนย้าย เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามรอยชักลากขึ้นไปบนเขา พบตอไม้ชนิดเดียวกับไม้ท่อนที่ตรวจพบอยู่ด้านล่าง และพบไม้ที่ถูกตัดทอนเป็นท่อนกองอยู่บริเวณตอไม้ อีก 1 ท่อน รวม 2 ท่อน

จุดที่ 2 ที่พิกัด 47 P 0504922 E 1549614 N พบการตัดโค่นไม้จนเหลือแต่ตอ กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ และพบไม้ที่ถูกตัดทอนเป็นท่อนแล้วกองอยู่ตามเส้นทางในป่าเพื่อรอการขนย้าย จำนวน 19 ท่อน จุดที่ 3 พิกัด 47 P 0505586 E 1548691 N พบไม้ท่อนถูกชักลากลงมาจากบนเขา จำนวน 1 ท่อน เพื่อรอการขนย้าย เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามรอยชักลากขึ้นไปบนเขา พบตอไม้ชนิดเดียวกับไม้ท่อนที่ตรวจพบอยู่ด้านล่าง คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบไม้ท่อนทั้งหมดที่ตรวจพบ พบว่าเป็นไม้หวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกากําหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530

และได้ตรวจวัดขนาดคำนวณปริมาตร ได้ไม้ท่อนหวงห้ามจำนวน 22 ท่อน แยกเป็นไม้มะหาด 7 ท่อน, ไม้ประดู่ 8 ท่อน, ไม้คาง 4 ท่อน, ไม้ตะเคียนหนู 2 ท่อน และไม้เกว้า 1 ท่อน ปริมาตรรวมกัน 11.57 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นเงินค่าภาคหลวง จำนวน 505.80 บาท คิดเป็นเงินที่รัฐเสียหาย จำนวน 154,700 บาท ไม้ท่อนทั้งหมดมีสภาพใหม่สดก่อนการตัดทอนโดยใช้เลื่อยยนต์

ตรวจสอบบริเวณหน้าตัดของไม้ทุกท่อน ไม่พบรูปรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ตีประทับไว้แต่อย่างใด จึงเป็นไม้ที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย คณะเจ้าหน้าที่ได้ใช้ดวงตรา ต.9816 ย.1976 เลขเรียง 117-138 ตีประทับไว้ที่หน้าตัดของไม้ทุกท่อน เพื่อแสดงการตรวจยึดไม้ของคณะเจ้าหน้าที่ เพื่อจะได้ขนย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ 19 (บ้องตี้) ต่อไป

ต่อมา คณะเจ้าหน้าที่พร้อมด้วย พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ได้ร่วมกันเดินทางไปยังวัดหนองปลาซิว หมู่ 6 ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เมื่อไปถึงได้พบกับพระสยาม เปลี่ยนสี หรือพระอาจารย์ดำ เจ้าอาวาสวัดหนองปลาซิว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความประสงค์ในครั้งนี้ให้ทราบ

ซึ่งพระสยาม รับว่าไม้ท่อนเป็นของตนเอง โดยได้ให้ นายเหวย ไม่ทราบนามสกุล เข้าไปตัดโค่นและตัดทอนเป็นท่อนๆ ไว้ และตนเองกำลังจะเข้าไปขนย้ายไม้ท่อนออกจากป่า เพื่อมาก่อสร้างซุ้มประตูวัด แต่คณะเจ้าหน้าที่มาตรวจพบเสียก่อน พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำเรื่องราวทั้งหมด มอบให้ นายไพโรจน์ เขียวแก้ว เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ 19 (บ้องตี้) นำไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค และให้ นายอนุสรณ์ สง่าแสง ปลัดอำเภอไทรโยค เป็นพยานในคดีนี้ และขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับ พระสยาม เปลี่ยนสี

ตามกฎหมายพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 11, 69 ฐานทำไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่มีรูปรอยตราค่าภาคหลวง หรือรูปรอยตรารัฐบาลขาย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ และเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 ฐาน กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ