คดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ในพื้นที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ผ่านไป 46 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถคลี่คลายคดีได้ ยังคงเดินหน้าสืบสวนสอบสวน หาข้อสรุปสาเหตุการเสียชีวิต หรือมีใครทำร้ายให้เสียชีวิต ก่อเหตุฆาตกรรมหรือไม่ พร้อมการหวั่นเกรงว่าอาจจะมีการจับแพะ

  • หรือการปิดคดี จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะที่ผ่านมาหลักฐานจากตัวน้องชมพู่และวัตถุพยานต่างๆ มีค่อนข้างน้อย กลายเป็นว่าคนใกล้ชิดและคนในหมู่บ้าน ตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปเกือบทั้งหมด บางคนถูกสอบปากคำซ้ำแล้วซ้ำอีก และเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บข้อมูลไปแล้วกว่า 100 คน เพื่อหาหลักฐานให้ครอบคลุมที่สุด โดยเฉพาะการรอผลดีเอ็นอี
  • แม้ว่าล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมชายวัย 48 ปี ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับน้องชมพู่ เคยมีประวัติทำอนาจารหลานสาววัย 5 ขวบ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้องชมพู่หรือไม่ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับภรรยานายนริน เกรงว่าสามีจะถูกนำไปโยงกับคดีน้องชมพู่ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ และล่าสุดตำรวจยืนยันชายคนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้อง
  • เมื่อการสอบสวนคดีจะต้องเดินหน้าต่อไป ทำให้ชายเร่ร่อนสติไม่สมประกอบ กลายเป็นอีกหนึ่งผู้ต้องสงสัย เพราะเดินลงมาจากบนเขาภูเหล็กไฟ บริเวณจุดที่พบศพน้องชมพู่ พร้อมสะพายเป้ หิ้วถุงกระสอบติดตัวมาด้วย เมื่อเปิดกระสอบพบเสื้อเด็ก ภาพโป๊ บทสวดคาถา และที่สำคัญพบเส้นผมที่ถูกตัดออกมา อาจเชื่อมโยงกับคดี เพราะศพของน้องชมพู่ มีร่องรอยถูกตัดผมไปบางส่วน 


  • เป็นได้ว่าเส้นผม และสิ่งของต่างๆ ในกระสอบของชายเร่ร่อน อาจเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ซึ่งต้องรอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ที่กำลังจะออกมา ทำให้การขมวดปมในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะนี้สามารถบีบประเด็นให้แคบลง หลังตัดประเด็นผู้ต้องสงสัยภายในหมู่บ้านออกไป พร้อมกับการยืนยันมาก่อนหน้านี้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง จะไม่มีการจับแพะอย่างแน่นอน
  • เชื่อแน่ว่าในช่วงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้ผ่านล่วงเลยมามากกว่า 1 เดือน หลังหลักฐานพยานบุคคลคนใกล้ชิดของน้องชมพู่ ไม่สามารถทำให้คลี่คลายคดีได้ กระทั่งตำรวจจากส่วนกลางลงพื้นที่ ทำให้ชื่อเขาภูเหล็กไฟ อยู่ในความสนใจ กลายเป็นว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ ต้องเคยเดินขึ้นลงบนเขาแห่งนี้ กับปริศนาทำไมเสื้อน้องชมพู่ จึงหายไปจากจุดพบศพ พบเพียงกางเกง และรองเท้าแตะเท่านั้น หากไม่มีมนุษย์นำออกไปด้วยความตั้งใจ (ปกติคดีข่มขืน ต้องพบเสื้อผ้าของเหยื่อในจุดเกิดเหตุทั้งหมด)


  • จากคดีที่มีความซับซ้อน อาจใกล้ปรากฏความจริงมากขึ้น เพราะคนบ้า คนวิกลจริต อาจเป็นอาชญากรได้ เช่นเดียวกับคดีดังในอดีตที่คนวิกลจริตไม่สมประกอบ กระทำกับเด็กเล็กจนเสียชีวิตอย่างทารุณ อย่างคดี “หนุ่ย-ติ๊งต่าง” ฆาตกรต่อเนื่องข่มขืนฆ่าเด็กหลายศพทั่วประเทศ คงไม่ต่างกับคดีน้องชมพู่ ต้องติดตามตอนต่อไป.

ที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ ไทยรัฐ