สำหรับประเทศไทย เมื่อ 5 จี เกิดขึ้นในเร็ววัน นอกจากจะมีเงินนำส่งเป็นรายได้ไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านบาทแล้ว ภาคผู้ประกอบการที่ต้องลงทุนโครงข่าย 5 จีอีกไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท

ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างงานอีกมากมาย และจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นตลอดจนการต่อยอดการสร้างธุรกิจใหม่ๆ โดยภาคการผลิตจะทำให้ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่าการผลิตเพิ่มขึ้นจะทำให้สินค้าที่ส่งออกมีราคาถูกลง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ขณะที่ภาคประชาชนจะได้รับประโยชน์มากที่สุด จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมได้เป็นอย่างดี ทั้งสาธารณสุข การเกษตร การศึกษา และสังคม เป็นต้น

โดยในส่วนของสาธารณสุขนั้น จะทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชนบทไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด เพียงแต่เดินทางไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ก็สามารถรักษาผ่านระบบ 5 จี ซึ่งจะทำให้ประชาชน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่ายได้

สำหรับภาคการเกษตรจะลดการใช้แรงงาน จากเดิมทำนา 10 ไร่ ใช้คน 4-5 คน ก็จะเหลือ 1 คน เพราะได้นำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ ภาคการศึกษาประชาชนในพื้นที่ชนบท เข้าถึงระบบการศึกษาได้เหมือนกับคนในเมืองจะมีการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ มีปริญญาบัตรออนไลน์ ประชาชนทุกคนเข้าถึงระบบการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

สุดท้าย สังคม ครอบครัว จะมีความเข้มแข็งและอบอุ่น เนื่องจากไม่มีการเข้ามาหางานทำในเมืองหลวง หรือเมืองใหญ่ๆ เนื่องจากสามารถใช้เทคโนโลยี 5 จี สร้างงานและสร้างรายได้ในท้องถิ่นที่อาศัย ได้หลากหลายอาชีพมาก และในที่สุดจะลดความเหลื่อมล้ำสังคมไทยลงได้ในทุกๆด้าน และจะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแต่ความสุขเต็มไปด้วยสังคมที่เอื้ออาทรต่อกัน