แน่นอนว่าถ้ามี 5G จะทำให้เราดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เปิดเว็บไซต์บนมือถือได้เร็ว ไม่มีสะดุด แม้แต่วีดีโอที่มีความละเอียดสูงๆ

ประโยชน์ของ 5G มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นน่ะสิ เพราะว่าในอนาคต ถ้ามี IoT เราจะได้เห็นการทำงานของสมาร์ทดีไวซ์ที่มากกว่าแค่สมาร์ทโฟน สมาร์ทดีไวซ์ที่เชื่อมต่อกันผ่าน 5G ก็จะส่งข้อมูลหากันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ถ้า 5G มา เราได้ดูวีดีโอชัดๆที่ไหนก็ได้แบบนี้แน่ๆ เช่นถ้าเรามีรองเท้าที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ ตัวรองเท้าก็จะเก็บข้อมูลว่าเราเดินหรือวิ่งไปได้กี่ก้าว
เดินไปได้กี่กิโลเมตร แล้วมันก็ส่งข้อมูลผ่าน 5G ไปแสดงโทรศัพท์หรือนาฬิกาของเราที่ไหน เวลาไหนก็ได้ ถ้ามี 5G นี่คือตัวอย่างง่ายๆของการทำงานร่วมกันระหว่าง 5G กับ IoT ไม่ต้องผ่าน WiFi ที่จำกัดแค่บางพื้นที่ หรือจะเป็นเรื่องของรถยนต์ไร้คนขับ (Driverless Car) ที่ในอนาคตอาจจะสามารถโต้ตอบกับรถอีกคันและถนน (Smart Road) ผ่านเซนเซอร์ที่ติดตั้งไว้ และมี 5G โอนข้อมูลหากัน ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุได้ด้วย ซึ่งถ้ายังใช้ 4G มีหวังกว่าจะรับส่งข้อมูลหากันได้ ก็อาจจะไม่ทันแจ้งเตือนอุบัติเหตุได้

นี่ยังไม่พูดถึง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เช่นถ้าเราดูหนังหรือเล่นเกมผ่านอุปกรณ์ VR ถ้าใช้ 5G เราก็จะได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟนที่ไหนก็ได้ และคุณภาพดีพอๆกับดู VR ผ่าน WiFi ที่สำคัญคือ AR ที่เราสามารถใช้สมาร์ทโฟนส่งไปวัตถุ 2 มิติแล้ว มีภาพหรือวีดีโอดิจิทัลปรากฎบนหน้าจอ ซึ่งภาพหรือวีดีโอที่ว่าจะต้องดึงมาจาก Cloud ทำให้ 5G มีบทบาทมากในการดึงข้อมูลดังกล่าวมาจาก Cloud ให้ปรากฏบนหน้าจอได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีดีเลย์ ทำให้ดึงความสามารถของ AR ได้ทุกวงการ