ปัจจุบัน ประชากรโลกที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเร่งการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด และทำให้ปริมาณขยะเพิ่มสูงขึ้นตลอดจนส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก

ความร้อนทิ้ง หรือ Waste heat คือ พลังงานที่ไหลออกไปพร้อมกับกระแสของ อากาศ ก๊าซไอเสีย ของเหลวที่ออกไปจากขอบเขตของอาคารหรือโรงงานสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งพลังงาน เหล่านั้นในที่สุดไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ แล้วปัญหาจากขยะความร้อนไม่ได้รุนแรงมากจนส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน เพราะความร้อนทิ้งที่เราปล่อยออกมาจะมีเพียง 1% เท่านั้นที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่ปัญหาก็คือการปล่อยมันทิ้งไปนั้นเปล่าประโยชน์ และหากเรามีพลังงานอยู่ใกล้ ๆ ตัวทำไมเราจึงไม่ใช้มันล่ะ?

ความร้อนทิ้งได้ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ heater รถยนต์ที่มีการนำความร้อนของเครื่องยนต์หมุนเวียนมาใช้เป็นความร้อนให้ความอบอุ่นภายในรถสำหรับประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น

ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 33% มีศักยภาพในการนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่ โรงงานผลิตไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CHP) มีศักยภาพถึง 60% – 80% หลายประเทศอาจต้องขอบคุณโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับระบบความร้อนที่มีอยู่ก่อนแล้ว ที่ยังมีการผลิตความร้อนในท้องถิ่นเอง และมีการส่งน้ำร้อนไปตามบ้านเรือนต่าง ๆ ผ่านท่อลำเลียง

ประเทศเดนมาร์กถือเป็นผู้นำในด้านโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบนี้ เมื่อกลับไปดูช่วงวิกฤตน้ำมันในช่วงทศวรรษที่ 1970 เดนมาร์กได้เริ่มต้นสลับให้มีการใช้พลังงานอื่น ๆ ด้วย อย่างการเผาไหม้ biomass จนในที่สุดกลายเป็นแหล่งพลังงานความร้อนที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย