บริษัทพลังงานไฟฟ้าจำนวนมากยกให้กลยุทธ์การพลิกโฉมธุรกิจสู่ระบบดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในการประชุมครั้งนี้หัวเว่ยและบรรดาผู้นำอุตสาหกรรมจึงแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี 5G, AI, Big Data และ Cloud Computing ในการพลิกโฉมธุรกิจสู่ระบบดิจิทัล

ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ไชน่า เซาเทิร์น พาวเวอร์กริด (CSG) ซึ่งค้นพบว่า เครือข่ายการจ่ายกระแสไฟฟ้าและผู้ใช้ไฟฟ้าต้องการการสื่อสารของกริดไฟฟ้าที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายกว้างแบนด์วิดท์สูง ความหน่วงต่ำ ความน่าเชื่อถือสูง และติดตั้งได้เร็ว ซึ่งรับประกันการจ่ายไฟฟ้าและการวัดพลังงานไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี Smart Home และ Internet of Vehicles (IoV) เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว

หัวเว่ยจึงส่งมอบเทคโนโลยี 5G Slicing ขั้นสูงเพื่อรองรับการสื่อสารของสมาร์ทกริดตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งจะช่วยรับประกันความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ ของเครือข่ายการจ่ายกระแสไฟฟ้า รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย

HUAWEI CLOUD และแพลตฟอร์มข้อมูลมีความสามารถในการประมวลผลและเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลทั้งสองเทคโนโลยีช่วยบูรณาการข้อมูลจากระบบต่างๆ ของบริษัทกริดไฟฟ้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว และแพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้งานที่ท้าทายสำเร็จลุล่วงด้วยความสามารถในการประมวลผลและแชร์ข้อมูลด้วยความเร็วสูง ยกตัวอย่างเช่น มณฑลชิงไห่ของจีน ซึ่งตั้งเป้าจัดหาและใช้พลังงานสีเขียว 100% ในระยะยาวได้ร่วมมือกับหัวเว่ยนำเทคโนโลยี Cloud Computing มาใช้สร้างศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งใหม่ที่มีศักยภาพด้าน AI และ Big Data ปัจจุบัน บริษัทพลังงานไฟฟ้าของมณฑลชิงไห่ สามารถคาดการณ์ผลผลิตพลังงานหมุนเวียนได้ง่ายๆ โดยอาศัยข้อมูลพยากรณ์อากาศช่วยให้การผลิตไฟฟ้าป้อนกริดไฟฟ้ามีเสถียรภาพมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงช่วยให้มณฑลชิงไห่สามารถผลิตพลังงานสีเขียว 100% ได้ต่อเนื่องนานถึง 15 วันในปี 2562 ในกรณีนี้จะเห็นได้ว่าการใช้พลังงานสะอาด