การเปิดประมูลคลื่น 5G โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

เมื่อ 16 ก.พ. 2563 เคาะขายคลื่นได้รวม 3 ย่านความถี่ 48 ใบอนุญาตสร้างรายได้เข้ารัฐสูงถึง 100,521 ล้านบาท กสทช.จะเสนอบอร์ด กสทช. รับรองผลการประมูลให้ระบบ 5G เกิดขึ้นเร็วที่สุด สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในปี 2563 รวม 1.77 แสนล้านบาท ปี 2564 รวม 3.32 แสนล้านบาท และ 4.76 แสนล้านบาท ในปี 2565 นอกจากนี้ยังช่วยสร้างโอกาส และช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ การศึกษา ระบบสาธารณสุข ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน ฯลฯ ปลุกเศรษฐกิจที่วิกฤตรอบด้านให้กระเตื้องขึ้น

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม จึงต้องแสวงหาโอกาสในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ต่อยอดในการผลิต การตลาด ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งระบบ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ที่มีเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นกลไกหลักขับเคลื่อน ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตแบบดั้งเดิมเป็นสร้างสรรค์นวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศก้าวไปอีกระดับ ด้วยคุณสมบัติหลักของ 5G ทั้งความเร็วในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ความล่าช้าในการรับส่งข้อมูลต่ำมาก ขณะเดียวกันก็มีความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมาก แม้จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเปิดกว้างสำหรับธุรกิจโมเดลใหม่ ๆ แต่ก็มีความท้าทายอยู่ในตัว

โจทย์ใหญ่อยู่ที่ทำอย่างไรจะแปรอุปสรรคปัญหา และความท้าทายในแง่เศรษฐกิจ การลงทุนรองรับเทคโนโลยียุค 5G ที่ต้องใช้เงินมหาศาล ความพร้อมของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทย รวมทั้งนโยบาย กฎกติกาของภาครัฐ ให้เป็นแรงผลักดันในเชิงบวก สำคัญสุดคือการประยุกต์ต่อยอด 5G สร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอนาคต หากทำได้จะพลิกโฉมศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ก้าวกระโดด