1. คนหันมาใช้ธุรกรรมออนไลน์ เมื่อ 5G มา นั่นหมายถึงความสะดวก ปลอดภัย และการแข่งขันของการค้าออนไลน์ ซึ่งจะเปลี่ยนพฤติกรรมคนส่วนใหญ่
ให้หันมาจับจ่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น แพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ๆ จะมีมากขึ้น รวมทั้งรูปแบบการซื้อของออนไลน์ จะมีการนำระบบการสั่งงานด้วยเสียง หรือ Voice Commerce ที่จะได้รับความนิยมมากขึ้น

2. หุ่นยนต์ทำงานแทนคน เรื่องนี้คงได้ยินบ่อย แต่จะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติต่างๆ จะเข้ามาทำงานแทนคนมากขึ้น เพราะ 5G เป็นพื้นฐานที่จะช่วยลดต้นทุนให้อุตสาหกรรมต่างๆ ผลิตได้มากขึ้นแบบไม่มีพัก ในราคาค่าแรงที่ถูกกว่า และหมดปัญหาคนงานลาออกแบบนี้นายทุนทุกคนต้องชอบ แต่คนก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อธุรกิจอยู่ดี แต่ต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีให้ทัน

3. การขนส่งที่รวดเร็ว การขนส่งสำหรับอนาคต คือการวางแผนการขนส่งที่ยังไม่เกิดคำสั่งซื้อ หมายความว่า AI จะประมวลผลการสั่งซื้อสินค้า โดยการทำนายความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะแม่นยำมากขึ้นจากฐานข้อมูลใน Big Data ดังนั้นทำให้การขนส่งจะมีการวางแผนการจัดส่งสินค้าล่วงหน้าก่อนที่ผู้บริโภค จะตัดสินใจซื้อด้วยซ้ำ ทำให้ ลดเวลาในการจัดส่งสินค้าลงได้มาก

4. การเดินทางท่องเที่ยวและเดินทางสะดวกสบาย เราสามารถหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ได้ทันที จองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และหาบริการ
ของต่างประเทศอย่างรวดเร็วมีเทคโนโลยี VR เข้ามาช่วยให้เห็นภาพก่อนการตัดสินใจ และช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ที่สำคัญ

5. มนุษย์เงินเดือนไม่ต้องมาทำงาน เป็นความฝันของมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่เมื่อ 5G เข้ามา คุณจะสามารถทำงานได้ทุกที่แม้แต่ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาทำงาน เพราะอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงช่วยให้ส่งงาน ทำงานได้ราบรื่น ผู้ประกอบการไม่ต้องใช้สำนักงาน ลดต้นทุนในการมีออฟฟิศ และพนักงานเองก็ประหยัดค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าเสียเวลาเดินทางมาทำงาน สุขภาพจิตดี ชีวิตก็แฮปปี้มากขึ้น

6. เงินดิจิทัลและสังคมไร้เงินสด ธุรกรรมทุกอย่างจะเกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกรรมการเงินที่โลกจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างก้าวกระโดดทุกธุรกรรมไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง โดยการแสกนใบหน้าซื้อตั๋วรถไฟฟ้า การใช้จ่ายด้านอาหาร ของใช้ จะถูกแลกเปลี่ยน ด้วยธุรกรรมออนไลน์จนแทบจะไม่มีใครอยากพกพาเงินสด ธุรกิจ ห้างร้านก็รับชำระด้วย e wallet เราคงเห็นปรากฏการณ์นี้มาบ้างแล้วในประเทศจีนปัจจุบัน