5G คือ Generation 5 หรือรุ่นที่ 5
ของการสื่อสารที่อนาคตจะไม่ใช่แค่มือถือแล้ว
แต่เป็นอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้
(Internet of Things หรือ IoT)

1. ตอบสนองไวกว่า
ถ้าเราใช้ 4G สั่งงานควบคุมสิ่งต่างๆ
ความเร็วจะอยู่ที่ 20 – 30 ms
(Milli-second คือ 1:1,000 วินาที)
แต่ถ้าใช้ 5G จะเร็วขึ้น 10 เท่า
โดยสามารถสั่งงาน IoT หรือสมาร์ทดีไวซ์ได้เร็วถึง 3-4 ms
.
2. รับส่งข้อมูลได้มากกว่า 4G
ถ้า 4G รับส่งข้อมูลต่อเดือน
ได้แค่ 7.2 Exabytes 5G จะทำให้เรารับส่งข้อมูล
ได้เพิ่มขึ้น 7 เท่า คือ 50 Exabytes ต่อเดือน
.
3. มีความถี่สำหรับใช้งานมากกว่า
ตอนใช้ 4G มีให้ใช้ถึงแค่ 3GHz
แต่ถ้าเป็น 5G เราใช้งานคลื่นความถี่ได้ถึง 30GHz เลยทีเดียว
.
4. รองรับการใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้มากกว่า
ถ้า 4G รองรับคนได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.
5G จะรับได้ 10 เท่าคือรับได้ 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.
.
5. ถ่ายโอนข้อมูลต่อวินาทีได้เยอะกว่า
ถ้า 4G โอนข้อมูลเข้าเครื่องได้อยู่ที่ 1 GB ต่อวินาที
5G จะทำได้ถึง 20 GB ต่อวินาทีหรือ 20 เท่าของ 4G
.
ประโยชน์ของ 5G กับผู้จัดงานอีเว้นท์ 5g event
การใช้งาน 5G แบ่งออกเป็น 3 แกนหลักด้วยกัน
ได้แก่ Enhanced mobile broadband (eMBB)
เพิ่มศักยภาพการรับ-ส่งข้อมูล เมื่อมีความเร็วที่มากขึ้น
.
Massive machine type communications (mMTC)
รองรับการเชื่อมต่อจำนวนมากๆ ได้
สำหรับงานอีเว้นท์ใหญ่ๆ เครื่องคีออสจำนวนมาก
.
และ Ultra-reliable and low latency communications (URLLC)
การเชื่อมต่อที่เสถียรและตอบสนองไว
จนเราสามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ในระยะไกลได้
โดยแต่ละการใช้งานจะมีส่วนผสมของแต่ละแกนมากน้อยต่างกันไป