เมื่อพูดถึงประเทศเล็กๆ ในทวีปอเมริกาใต้อย่าง “อุรุกวัย”
เชื่อได้เลยว่าเราชาวไทยส่วนใหญ่
ไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับประเทศนี้

.
นี่คือประเทศเล็กจ้อยที่ถูกขนาบข้าง
โดยประเทศที่มีขนาดใหญ่โต
อย่างอาร์เจนตินาที่ใหญ่กว่า 16 เท่า
และบราซิลที่ใหญ่กว่าถึง 48 เท่า
แต่จะบอกว่าอุรุกวัยไม่มีความสำคัญก็เห็นจะไม่ใช่
เพราะทั้งประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน
และอนาคตของอุรุกวัยนั้นไม่ธรรมดา
.
ในช่วง 15 ปีก่อนหน้านี้ ประเทศอุรุกวัย
มีการใช้น้ำมันดิบคิดเป็นร้อยละ 27 ของการนำเข้า
โดยที่น้ำมัน ก๊าซธรรมชาตินำเข้ามา
โดยการวางท่อก๊าซใหม่จากประเทศอาร์เจนตินา
แต่ปัจจุบันพลังงานที่สำคัญของประเทศนี้
คือพลังงานลมโดยมีการนำเข้า
ใบพัดกังหันลมเป็นจำนวนมาก
เพื่อติดตั้งกังหันลมในประเทศ
.
การใช้พลังงานจากชีวมวล และพลังงานแสงอาทิตย์
ได้เริ่มมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น
ซึ่งถ้ารวมกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำที่มีอยู่นั้น
พลังงานหมุนเวียนทั้งหมดในประเทศขณะนี้
มีสัดส่วนถึงร้อยละ 55 ของพลังงานโดยรวมในประเทศ
.
แม้ว่าประเทศอุรุกวัยจะมีประชากรที่ค่อนข้างน้อยเพียง 3.4 ล้านคน
แต่กลับได้รับคำชมมากมายจากทั่วโลก
ในปีที่ผ่านมาในหลาย ๆ ด้าน
โดยหนึ่งในนั้นคือ ด้านพลังงาน
ที่ได้มีแนวคิดการใช้พลังงาน ที่ไม่ทำให้เกิด
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคเศรษฐกิจ
ซึ่งได้รับการยกย่องจาก World Bank
และ the Economic commission
for Latin America and the Caribbean
นอกจากนี้ WWF ได้ประกาศ ให้ประเทศอุรุกวัยเป็น
“ผู้นำด้านพลังงานสะอาด (Green Energy Leaders) “