ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อโลก
ล้วนเกิดจากฝีมือมนุษย์
โดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติกล้นเมือง
ที่ไหลลงสู่ทะเลกลายเป็นปัญหาระดับโลก
ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะต่าง ๆ ตามมาอย่างมากมาย

.
หลายประเทศให้ความสนใจ
และร่วมมือกันหาวิธีแก้ไข
ทั้งการกำหนดนโยบายในการจัดการขยะ
รวมถึงมาตรการลดเลิกใช้ถุงพลาสติก
และการรณรงค์รีไซเคิล
เพื่อร่วมมือกันกำจัดหรือลดจำนวนขยะพลาสติกลง
และหันมาเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
.
กลุ่มประเทศอาเซียน ประกอบด้วย
อินโดนีเซีย กัมพูชา เมียนมาร์ และมาเลเซีย

อินโดนีเซีย ปี ค.ศ. 2016
อินโดนีเซียใช้งบประมาณถึง 1 พันล้าน
ในการลดปริมาณขยะพลาสติก
โดยรัฐบาลอินโดนีเซีย
ได้ทดลองเก็บภาษีถุงพลาสติก
แม้ในช่วงต้นจะเกิดกระแสต่อต้าน
จากประชาชนเป็นส่วนใหญ่
แต่สุดท้ายรัฐบาลก็สามารถ
ลดปริมาณถุงพลาสติกได้จำนวนมาก
.
ขณะที่ประเทศกัมพูชา ปี ค.ศ. 2019
กัมพูชาตั้งเป้าลดการใช้ถุงพลาสติกให้ได้ 50%
โดยเก็บเงินค่าถุงพลาสติกจากผู้บริโภค
ขณะที่ทางการกำลังพิจารณา
ห้ามผลิต นำเข้า และจำหน่ายถุงพลาสติก
ที่บางกว่า 0.03 มิลลิเมตร
และมีความกว้างน้อยกว่า 30 เซนติเมตร
และจะเก็บเงินค่าถุงพลาสติกเพิ่มขึ้นทั่วประเทศในปีนี้ (ค.ศ.2020)
.
ปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก
ต่างหาวิธีการแก้ไขอย่างยั่งยืน
หากมองกลับมาที่ประเทศไทยของเรา
เป็นประเทศที่มีปัญหาขยะพลาสติกปริมาณมาก
และทิ้งขยะลงสู่ทะเลมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
ส่งผลให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กำหนดมาตรการให้ลดเลิก
และงดใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 100%
รวมถึงมาตรการสนับสนุน
ให้เลือกใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โดยเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา
ซึ่งรัฐบาลไทยตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี ค.ศ. 2022
ประเทศไทยจะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติก
ที่ต้องนำไปกำจัดได้ประมาณ 0.78 ล้านตันต่อปี