จากสถานการณ์น้ำประปาเค็ม
ในเขตกรุงเทพมหานครในช่วงต้นปีที่ผ่านมา
นำมาซึ่งคำถามของภาคประชาชน
ถึงสาเหตุและการนำน้ำประปามาใช้อุปโภค-บริโภค

.
โดยน้ำประปาที่จ่ายให้แก่ประชาชน
ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
มีค่าความเข้มข้นของคลอไรด์
สูงกว่าค่ามาตรฐานน้ำประปาดื่มได้
ที่กำหนดให้น้ำประปามีปริมาณคลอไรด์ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร
และมีช่วงเวลาเกิดน้ำประปาเค็ม 6-12 ชั่วโมงต่อวัน
อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหากนำไปบริโภค
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประชาชน
ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ
และผู้ป่วยที่มีอาการบางประการ
.
น้ำประปาเค็มมีสาเหตุมาจาก
แหล่งน้ำดิบที่นำมาใช้ผลิตน้ำประปาถูกน้ำทะเลรุกล้ำ
เนื่องจากภาวะภัยแล้ง ที่ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำ
มีไม่เพียงพอในการผลักดันน้ำเค็ม
เมื่อน้ำทะเลรุกล้ำขึ้นมาถึงจุด
ที่มีการผันน้ำเข้าคลองประปา
จึงทำให้น้ำดิบที่เข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปา
มีค่าความเข้มข้นของคลอไรด์สูงกว่าปกติ
ซึ่งระบบการผลิตน้ำประปา
ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้นไม่สามารถกำจัดคลอไรด์ในน้ำได้
จึงทำให้เกิดภาวะ “น้ำประปาเค็ม”