หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
จึงเป็นจุดเริ่มต้นความคิดของ 2 นักศึกษาสาวชั้นปีที่ 4
จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)
ที่ต้องการทำสารเคลือบหน้ากากผ้า
จากของเหลือทิ้งภาคเกษตร ที่เรียกว่า
“สเปรย์สะท้อนน้ำ” เพื่อลดปัญหาขยะ

.
โดยสารนี้สามารถใช้ฉีดพ่น
เคลือบบนผ้าทุกชนิดเพื่อป้องกันละอองน้ำลาย
หรือสารคัดหลั่งจากเชื้อไวรัส COVID-19
ซึ่งหน้ากากผ้าหลังจากฉีดพ่นสารเคลือบนี้
สามารถซักและนำมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง
.
วิภาดา จารุพงศ์จิตรัตน์ หรือ น้องไฮ
นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาฟิสิกส์
คณะวิทยาศาสตร์ มจธ. กล่าวว่า
ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ COVID-19 ใหม่ๆ
เกิดภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัย
คนส่วนใหญ่หันมาใช้หน้ากากผ้า
แม้กรมอนามัยบอกว่าสามารถป้องกันได้ระดับหนึ่ง
แต่จริงๆ แล้วเวลามีละอองน้ำลาย
จากคนที่ไอหรือจามมาโดนสักพักก็จะซึมเข้าไปในผ้าได้
จึงไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้ 100%
จึงเป็นที่มาของแนวคิดในการทำสารเคลือบผ้า
เพื่อให้สามารถป้องกันละอองน้ำลายที่ติดอยู่บนผิวผ้าได้
.
“ของเหลือทิ้งจากภาคเกษตรเองก็มีอยู่หลายอย่าง
อาทิ แกลบ อ้อย ซังข้าวโพด ฯลฯ
แต่ที่เลือกแกลบ เพราะประเทศไทยปลูกข้าวกันเยอะ
แล้วแกลบส่วนใหญ่ที่เห็นก็เอาไปทำปุ๋ยหรือเผาทิ้ง
ทำให้เกิดฝุ่นกลายเป็นมลพิษ
จึงนำแกลบมาสกัดเอาสารที่ต้องการ
แล้วลดขนาดของสารนั้นลงให้อยู่ในระดับนาโนเมตร
จากนั้นปรับสภาพพื้นผิวโครงสร้าง
ให้กลายเป็นสิ่งที่ไม่ชอบน้ำ
แล้วนำไปผสมให้กลายเป็นสารแขวนลอย
เพื่อนำมาใช้สเปรย์พ่นลงบนผ้า

วิภาดา กล่าวว่า เบื้องต้นเราใช้แกลบ 1 กิโลกรัม
ผลิตสารพ่นได้ประมาณ 2 กรัม
นำมาทดสอบฉีดพ่นทั่วพื้นผ้าสาลู
หรือผ้าอ้อมเด็กซึ่งปริมาณสารที่ใช้น้อยมาก
ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนกว่าก่อนจบโปรเจกต์
ผลการทดลองที่ได้พบว่า
จากผ้าอ้อมที่มีรูระบายค่อนข้างใหญ่
หลังพ่นสารเข้าไปเคลือบบนผ้าอ้อม
ทำให้เนื้อผ้ายึดติดกันแน่น รูตารางของเนื้อผ้าถี่ขึ้น
เมื่อลองหยดน้ำหรือเทน้ำลงบนผ้าที่เคลือบสาร
ก็พบว่า น้ำกลิ้งไปมาบนผ้า
น้ำไม่ซึมเข้าในเนื้อผ้าแต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังได้ทดสอบด้วยการซักถึง 30 ครั้ง
แต่ผ้าที่เคลือบสารก็ยังคงมีคุณสมบัติ
ในการกันน้ำหรือสะท้อนน้ำ
แม้จะนำมาใช้ซ้ำๆ หลายรอบ ผ้าก็ไม่เปียกน้ำ